ความดันโลหิตสูงกับเบาหวานส่งผลต่อไตในระยะยาวอย่างไร
ทั้งความดันโลหิตสูงและเบาหวานเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ทำให้ไตเสื่อมลงเรื่อย ๆ จนเกิดโรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease – CKD) ได้ค่ะ โดยในระยะยาวจะเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน เช่น
- ความดันโลหิตสูง ทำให้หลอดเลือดเล็กในไต (glomeruli) รับแรงดันมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้เยื่อกรองไตเสียหาย การกรองของเสียไม่เต็มประสิทธิภาพ และเกิดพังผืดในเนื้อไตถาวรค่ะ
- เบาหวาน โดยเฉพาะถ้าควบคุมระดับน้ำตาลไม่ดี จะทำให้เกิดภาวะน้ำตาลจับกับโปรตีนในหลอดเลือด (glycation) ทำให้ผนังหลอดเลือดในไตหนาขึ้น เลือดไหลเวียนไม่ดี เกิดรอยรั่วจนโปรตีนรั่วออกทางปัสสาวะ (proteinuria) และทำให้การทำงานของไตลดลงเรื่อย ๆ ค่ะ
เมื่อทั้งสองโรคเกิดขึ้นพร้อมกัน ผลเสียจะทวีคูณค่ะ เพราะความดันสูงจะเร่งให้การเสื่อมของไตรุนแรงขึ้น ขณะที่เบาหวานก็ทำให้หลอดเลือดในไตเปราะและอุดตันง่ายขึ้น ทำให้ไตล้มเหลวได้เร็วกว่าในผู้ที่เป็นแค่โรคใดโรคหนึ่งค่ะ นอกจากนี้ การทำงานของไตที่ลดลงยังเสี่ยงทำให้ระดับความดันและน้ำตาลควบคุมได้ยากขึ้น เป็นวงจรที่กระตุ้นให้ปัญหารุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ
ดังนั้น การป้องกันความเสียหายต้องเน้น 3 เรื่องหลัก คือ
- ควบคุมความดันโลหิตให้ได้ตามเป้าหมาย
- คุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์
- ตรวจการทำงานของไตและปัสสาวะเป็นประจำ เพื่อค้นหาภาวะโปรตีนรั่วและรักษาแต่เนิ่น ๆ ค่ะ