ใครบ้างที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับ และควรตรวจคัดกรองด้วยวิธีไหน
กลุ่มบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับมีหลายประเภทค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากภาวะที่ทำให้ตับอักเสบเรื้อรังหรือมีการทำลายเนื้อเยื่อตับอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มที่ควรให้ความสำคัญ ได้แก่
- ผู้ที่เป็นโรคตับแข็ง ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใด เช่น แอลกอฮอล์ ไวรัสตับอักเสบ หรือไขมันพอกตับ
- ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (HBV) หรือไวรัสตับอักเสบซี (HCV) โดยเฉพาะผู้ที่ติดเชื้อมานานและไม่ได้รับการรักษา
- ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งตับ
- ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์มากเป็นเวลานาน หรือสัมผัสกับสารอะฟลาท็อกซิน (aflatoxin) ในอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อรา
- ผู้ที่มีภาวะไขมันพอกตับร่วมกับเบาหวานหรืออ้วนซึ่งนำไปสู่ตับอักเสบเรื้อรังค่ะ
สำหรับการตรวจคัดกรองมะเร็งตับ แพทย์มักจะแนะนำในผู้ที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง โดยทำการตรวจทุก 6 เดือน เพื่อจับโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น วิธีหลักๆ ได้แก่
- อัลตราซาวด์ช่องท้อง (Ultrasound) – ใช้ดูโครงสร้างตับว่ามีก้อนหรือความผิดปกติหรือไม่
- การตรวจเลือดหาระดับสาร AFP (Alpha-fetoprotein) – ใช้ร่วมกับอัลตราซาวด์เพื่อเพิ่มความแม่นยำ แต่ค่า AFP เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอเพราะบางรายมะเร็งไม่ทำให้ AFP สูง
- หากพบสิ่งผิดปกติ อาจต้องทำ CT scan หรือ MRI เพื่อยืนยันและประเมินรายละเอียดของก้อนค่ะ
สรุปคือ หากอยู่ในกลุ่มเสี่ยง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยให้สามารถพบมะเร็งในระยะต้นและเพิ่มโอกาสรักษาให้หายได้มากขึ้นค่ะ