อาการหน่วงท้องน้อยขวาและปัสสาวะบ่อยหลังมีเพศสัมพันธ์ควรสงสัยโรคอะไร

หน่วงท้องน้อยขวาหลังมีเพศสัมพันธ์แล้วฉี่บ่อยต้องสงสัยโรคใด

จากอาการที่เล่ามา คือ หน่วงท้องน้อยข้างขวาและปัสสาวะบ่อยหลังมีเพศสัมพันธ์ อาจมีสาเหตุได้หลายอย่างค่ะ เช่น

  1. การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (UTI) – พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้หญิงหลังมีเพศสัมพันธ์ เนื่องจากแบคทีเรียสามารถเข้าสู่ท่อปัสสาวะได้ง่าย อาการจะมีทั้งปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะขัด หรือแสบขณะปัสสาวะ และบางครั้งปวดหน่วงที่ท้องน้อยค่ะ
  2. การอักเสบของกระเพาะปัสสาวะ (Cystitis) – เป็นภาวะที่เกี่ยวพันกับ UTI โดยตรง ทำให้ปวดหน่วงท้องน้อยอย่างต่อเนื่อง และมีความรู้สึกปวดเสียดเวลาปัสสาวะค่ะ
  3. ภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ (Pelvic Inflammatory Disease; PID) – อาจเกิดจากการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองในแท้ (gonorrhea) หรือหนองในเทียม (chlamydia) ทำให้ปวดท้องน้อย ปัสสาวะบ่อย หรืออาจมีตกขาวผิดปกติร่วมด้วยค่ะ

นอกจากนี้ยังควรพิจารณา:

  • นิ่วในทางเดินปัสสาวะหรือไต: อาจทำให้หน่วงหรือเจ็บเฉพาะด้านขวา โดยอาจมีปัสสาวะปนเลือดร่วมด้วยค่ะ
  • การกดทับหรืออักเสบของรังไข่: ถ้ามีถุงน้ำรังไข่หรือซีสต์ อาจทำให้ปวดหน่วงด้านเดียวหลังมีการเคลื่อนไหวหรือมีเพศสัมพันธ์ค่ะ
  • กรวยไตอักเสบ (Pyelonephritis): ถ้าติดเชื้อลุกลามขึ้นไต จะมีอาการปวดเอวข้างขวา ร่วมกับไข้ หนาวสั่น และครั้งนี้จำเป็นต้องรีบพบแพทย์ค่ะ

แนะนำว่าควรไปตรวจปัสสาวะ และตรวจร่างกายโดยแพทย์ให้ชัดเจน เพื่อหาสาเหตุและรักษาอย่างตรงจุด การดื่มน้ำให้เพียงพอและหลีกเลี่ยงการกลั้นปัสสาวะจะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อได้ค่ะ หากมีไข้สูง ปัสสาวะปนเลือด หรือปวดมากควรรีบไปโรงพยาบาลทันทีค่ะ