ปากแตกในเด็กเล็กมีวิธีป้องกันไม่ให้เลียริมฝีปากอย่างไร
อาการปากแตกในเด็กเล็กเกิดขึ้นบ่อยในช่วงอากาศเย็นหรือแห้ง เพราะผิวริมฝีปากมีความบอบบางและไม่มีต่อมไขมันคอยหล่อเลี้ยง ทำให้เสี่ยงต่อการสูญเสียความชุ่มชื้น เด็กมักเลียริมฝีปากเพื่อให้รู้สึกชุ่มชื้น แต่จริง ๆ แล้วน้ำลายจะยิ่งทำให้ริมฝีปากแห้งและแตกมากขึ้นค่ะ ดังนั้นการป้องกันสำคัญที่สุดคือการลดพฤติกรรมเลียริมฝีปากและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวริมฝีปากอยู่เสมอค่ะ
แนวทางป้องกันและแก้ไข
- ใช้บาล์มหรือครีมให้ความชุ่มชื้น: เลือกบาล์มสำหรับเด็กที่ปราศจากสารระคายเคือง เช่น วาสลีน หรือบาล์มที่มีส่วนผสมของ shea butter ทาให้บ่อย โดยเฉพาะก่อนนอนและหลังอาหารค่ะ
- เบี่ยงเบนความสนใจ: เมื่อเห็นเด็กเริ่มเลียริมฝีปาก ให้หากิจกรรมอื่น เช่น ให้ดื่มน้ำ หรือเล่นของเล่น เพื่อไม่ให้หมกมุ่นกับความรู้สึกริมฝีปากแห้งค่ะ
- เพิ่มความชื้นในอากาศ: ใช้เครื่องเพิ่มความชื้น (humidifier) ในห้องโดยเฉพาะช่วงนอน เพื่อช่วยลดความแห้งของอากาศค่ะ
- สอนและอธิบายให้เข้าใจ: สำหรับเด็กที่โตพอเข้าใจ ให้บอกว่าการเลียทำให้ปากแตกมากขึ้น และสอนให้ใช้บาล์มหรือดื่มน้ำแทนค่ะ
- ดูแลสุขภาพทั่วไป: ให้เด็กดื่มน้ำเพียงพอ รับประทานอาหารที่มีวิตามินบี 2 และบี 3 ซึ่งช่วยบำรุงผิว เช่น ไข่ นม เนื้อปลา และผักใบเขียวค่ะ
ถ้าปากแตกมากจนมีเลือดหรือเกิดการติดเชื้อ ควรพาไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษา เพราะอาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะเฉพาะที่หรือครีมสมานแผลค่ะ การดูแลต่อเนื่องและอบรมให้เด็กรู้วิธีป้องกัน จะช่วยลดปัญหาปากแตกและพฤติกรรมเลียริมฝีปากได้ในระยะยาวค่ะ