ขาซ้ายชาบ่อย โดยเฉพาะตอนนั่งนาน สาเหตุที่เป็นไปได้คืออะไรคะ
อาการขาชาบ่อย โดยเฉพาะฝั่งซ้ายเวลานั่งนาน อาจมีหลายสาเหตุ ทั้งที่เกิดจากการกดทับเส้นประสาทไปชั่วคราว หรือจากโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทและหลอดเลือดค่ะ สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่
- การกดทับเส้นประสาทจากท่านั่ง เช่น นั่งไขว่ห้าง นั่งก้มตัว หรือวางน้ำหนักไปที่ต้นขา/น่อง ทำให้เส้นเลือดและเส้นประสาทถูกกดทับ ส่งผลให้เลือดและสัญญาณประสาทไหลเวียนไม่ดีค่ะ
- หมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมหรือเคลื่อน (Herniated disc) โดยเฉพาะช่วงเอว อาจไปกดทับเส้นประสาทที่ส่งสัญญาณไปยังขาซ้าย ทำให้มีอาการชาร่วมกับปวดหลังหรือร้าวลงขา
- การไหลเวียนเลือดบกพร่อง เช่น หลอดเลือดตีบจากไขมันสะสม หรือเส้นเลือดขอด จนเลือดไหลเวียนไปขาไม่ดีค่ะ
- โรคปลายประสาทอักเสบหรือเสื่อม (Peripheral neuropathy) ซึ่งอาจเกิดจากเบาหวาน การขาดวิตามินบี หรือโรคเรื้อรังบางชนิด
โดยทั่วไป ถ้าอาการชามักเกิดเฉพาะเวลานั่งนานๆ และทุเลาลงเมื่อเปลี่ยนท่าทางหรือยืนเดิน อาจเป็นเพียงการกดทับชั่วคราวค่ะ แต่ถ้าพบว่ามี
- อาการชาเป็นเวลานานไม่หาย
- อ่อนแรงของกล้ามเนื้อขา
- ปวดหลังร้าวลงขา
- อาการชาลามขึ้นหรือลามลงมากกว่าเดิม
ควรพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอย่างละเอียด เช่น ตรวจระบบประสาท การทำ EMG หรือ MRI เพื่อระบุสาเหตุแน่ชัดค่ะ เพราะบางครั้งอาจต้องรักษาร่วมด้วย เช่น กายภาพบำบัด ปรับท่าทาง หรือใช้ยาเพื่อลดการอักเสบของเส้นประสาทค่ะ
เพื่อป้องกันและบรรเทา ควร
- เปลี่ยนท่านั่งบ่อยๆ ทุก 30-60 นาที
- เลือกเก้าอี้ที่รองรับหลังและสะโพกดี
- ออกกำลังกายที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด เช่น เดิน ปั่นจักรยานเบาๆ
- ควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง
- รับประทานอาหารที่มีวิตามินบีสูง เช่น ปลา ไข่ ถั่ว เพื่อบำรุงเส้นประสาทค่ะ