มีตุ่มขึ้นที่ขาหนีบในผู้หญิง เจ็บบ้างไม่เจ็บบ้าง ต้องกังวลหรือไม่
ตุ่มที่ขึ้นบริเวณขาหนีบในผู้หญิงอาจเกิดจากหลายสาเหตุค่ะ บางกรณีอาจไม่รุนแรง แต่บางครั้งอาจเป็นสัญญาณของภาวะที่ต้องได้รับการตรวจรักษา โดยสาเหตุที่พบได้บ่อยมีดังนี้
- ขนคุดหรือรูขุมขนอักเสบ: เกิดจากการเสียดสีหรือการโกนขน ทำให้ผิวหนังระคายเคืองและอักเสบ
- ต่อมน้ำเหลืองโต: อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อราในบริเวณใกล้เคียง เช่น ช่องคลอดหรือผิวหนัง
- สิวหรือตุ่มหนองจากการติดเชื้อแบคทีเรีย: อาจเกิดการบวม แดง เจ็บ และมีหนอง
- โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STD) เช่น เริม หรือซิฟิลิส ซึ่งบางโรคอาจมีตุ่มที่เจ็บหรือไม่เจ็บก็ได้
หากตุ่มมีอาการร่วม เช่น
- เจ็บมากขึ้น บวม แดง หรือร้อน
- มีหนองหรือเลือดไหลออก
- มีไข้ หนาวสั่น
- ตุ่มขยายหรือเพิ่มจำนวน
ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุค่ะ เพราะอาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาต้านไวรัสในการรักษา
การดูแลเบื้องต้น
- รักษาความสะอาดบริเวณขาหนีบด้วยสบู่อ่อน ๆ และซับให้แห้ง
- หลีกเลี่ยงการเกา บี้ หรือบีบตุ่ม
- สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศดี ไม่รัดแน่นเกินไป
- หากเป็นจากขนคุด สามารถประคบอุ่นเพื่อลดการอักเสบได้ค่ะ
แต่หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 3–5 วัน หรือมีอาการรุนแรงตามที่กล่าว ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดค่ะ