กินยาคุมฉุกเฉินแล้วประจำเดือนไม่มาภายใน 7 วัน คือตั้งครรภ์หรือฮอร์โมนไม่สมดุล
อาการที่ประจำเดือนไม่มาภายใน 7 วันหลังจากการกินยาคุมฉุกเฉิน อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุค่ะ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าตั้งครรภ์เสมอไป แต่ก็ไม่สามารถตัดความเป็นไปได้นั้นออกได้ จำเป็นต้องพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น วันของรอบประจำเดือนเดิม, เวลาที่มีเพศสัมพันธ์เมื่อเทียบกับช่วงไข่ตก, และเวลาที่รับประทานยาคุมฉุกเฉินค่ะ
- ผลจากฮอร์โมนในยาคุมฉุกเฉิน:
ยาคุมฉุกเฉินมีปริมาณฮอร์โมนโปรเจสตินในขนาดสูงมาก ซึ่งอาจไปกดหรือรบกวนการตกไข่ ทำให้รอบเดือนเลื่อนได้ทั้งมาก่อนหรือช้ากว่าปกติ บางคนประจำเดือนอาจเลื่อนออกไป 1–2 สัปดาห์ได้ค่ะ - ความเป็นไปได้ในการตั้งครรภ์:
แม้ว่ายาคุมฉุกเฉินจะลดโอกาสตั้งครรภ์ แต่ก็ไม่ 100% โดยเฉพาะถ้ากินล่าช้าหลังมีเพศสัมพันธ์หรืออยู่ในช่วงไข่ตก ดังนั้นถ้าประจำเดือนยังไม่มาเกิน 7 วันจากวันที่คาดไว้ ควรตรวจการตั้งครรภ์ด้วยชุดตรวจปัสสาวะหลังมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 14 วันขึ้นไปค่ะ - ปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้ประจำเดือนเลื่อน:
ความเครียด, การนอนหลับไม่เพียงพอ, การลดน้ำหนักเร็ว, ออกกำลังกายหนัก หรือโรคบางอย่าง เช่น ไทรอยด์ผิดปกติ ก็มีส่วนทำให้รอบเดือนเปลี่ยนไปค่ะ
สรุปคือ การที่ประจำเดือนไม่มาหลังยาคุมฉุกเฉิน 7 วัน อาจมาจากฮอร์โมนที่ถูกรบกวนจากตัวยา ซึ่งเป็นเรื่องปกติได้ แต่ถ้าประจำเดือนเลื่อนเกิน 2 สัปดาห์ หรือมีอาการคล้ายตั้งครรภ์ เช่น เต้านมตึง คลื่นไส้ เหนื่อยง่าย ควรตรวจตั้งครรภ์เพื่อความแน่ใจ และถ้าผลเป็นลบแต่ประจำเดือนยังไม่มา แนะนำไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุอื่นค่ะ