กลืนน้ำลายแล้วเจ็บคอข้างเดียวต่อเนื่องหลายวัน

กลืนน้ำลายแล้วเจ็บคอข้างเดียว เป็นหลายวันแล้ว

อาการกลืนน้ำลายแล้วเจ็บคอข้างเดียวต่อเนื่องหลายวัน อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุค่ะ ซึ่งโดยทั่วไปสาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่

  • การติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส เช่น ทอนซิลอักเสบ (Tonsillitis) หรือคอหอยอักเสบ (Pharyngitis) ซึ่งอาจเกิดขึ้นเพียงข้างเดียว ทำให้เจ็บเวลากลืน
  • การบวมของต่อมน้ำเหลืองหรือต่อมทอนซิลข้างหนึ่ง เนื่องจากการอักเสบหรือการติดเชื้อที่อยู่รอบ ๆ
  • แผลในลำคอหรือรอยถลอกจากการกินอาหารแข็งหรือคม เช่น ก้างปลา เลือดออกเล็กน้อยหรือระคายเคืองบริเวณเยื่อบุ
  • กรดไหลย้อน (GERD) ซึ่งกรดจากกระเพาะอาจไหลย้อนขึ้นมาทำให้เยื่อบุคอด้านใดด้านหนึ่งระคายเคือง
  • ฝีทอนซิล (Peritonsillar abscess) ซึ่งเป็นภาวะรุนแรงขึ้น เกิดหนองสะสมบริเวณใกล้ต่อมทอนซิลและมักเจ็บข้างเดียวชัดเจนร่วมกับกลืนลำบาก

หากมีอาการดังนี้ควรพบแพทย์ทันทีเพื่อประเมินเพิ่มเติมค่ะ

  1. ไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส
  2. ปวดคอมากจนกลืนไม่ได้ หรือเสียงเปลี่ยน
  3. มีอาการบวมชัดข้างเดียวที่คอหรือใต้กราม
  4. เจ็บต่อเนื่องเกิน 1 สัปดาห์โดยไม่ดีขึ้น
  5. หายใจลำบากหรือมีน้ำลายไหลไม่หยุด

ระหว่างรอพบแพทย์ สามารถดูแลตนเองได้ด้วยการดื่มน้ำอุ่นบ่อย ๆ, พักผ่อนให้เพียงพอ, หลีกเลี่ยงอาหารรสจัดหรือเย็นจัด, และอาจใช้น้ำเกลือกลั้วคอวันละ 2–3 ครั้งเพื่อลดการอักเสบค่ะ แต่หากอาการแย่ลงต้องรีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนนะคะ