ริมฝีปากเป็นแผลแล้วมีหนอง เป็นเริมหรือปากนกกระจอก
อาการริมฝีปากเป็นแผลและมีหนอง อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุค่ะ โดยที่พบบ่อยคือ เริม (Herpes labialis) และ ปากนกกระจอก (Angular cheilitis) ซึ่งมีความแตกต่างกันดังนี้:
-
เริมที่ปาก
- เกิดจากเชื้อไวรัส Herpes simplex type 1
- อาการเริ่มต้นมักมีอาการคันหรือแสบร้อนบริเวณริมฝีปาก จากนั้นจะเกิดตุ่มน้ำใสเล็ก ๆ รวมกันเป็นกลุ่ม
- ตุ่มน้ำจะแตกเป็นแผลและอาจมีน้ำเหลืองหรือหนอง ถ้าเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน
- มักเกิดซ้ำในตำแหน่งเดิมเวลาร่างกายอ่อนแอ พักผ่อนน้อย หรือเครียด
-
ปากนกกระจอก
- เกิดจากการอักเสบตรงมุมปาก อาจมาจากเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อรา เช่น Candida
- อาการคือผิวหนังหรือเยื่อบุที่มุมปากแตก เป็นแผล มีรอยแดง ปวดหรือแสบ และบางครั้งอาจมีหนอง
- มักสัมพันธ์กับการขาดวิตามินบี, การน้ำลายไหล, หรือการติดเชื้อเรื้อรังจากการชื้นของผิวตรงมุมปาก
- ไม่จำเป็นต้องเกิดซ้ำในตำแหน่งเดิมทุกครั้งเหมือนเริม
คำแนะนำเบื้องต้น
- ล้างทำความสะอาดแผลเบา ๆ และซับให้แห้ง
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือเกาแผล เพื่อลดการกระจายเชื้อ
- ถ้าเป็นเริม แพทย์อาจให้ยาต้านไวรัส เช่น acyclovir
- ถ้าเป็นปากนกกระจอก อาจใช้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียหรือยาต้านเชื้อรา ขึ้นกับสาเหตุ
- ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยให้ชัดเจน เพราะการรักษาต่างกัน และถ้ามีหนองแสดงว่ามีการติดเชื้อ อาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะคะ
ถ้าคุณต้องการ ฉันสามารถช่วยถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะอาการหรือประวัติ เพื่อแยกได้ชัดเจนขึ้นว่ามีแนวโน้มเป็นเริมหรือปากนกกระจอกค่ะ