อาการและการรักษาโรคซิฟิลิสในแต่ละระยะ

โรคซิฟิลิสมีลักษณะอาการในแต่ละระยะเป็นอย่างไรและรักษาได้หรือไม่

โรคซิฟิลิสเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Treponema pallidum ซึ่งถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง เชื้อนี้สามารถแพร่กระจายไปตามอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายและก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ค่ะ อาการจะแบ่งตามระยะดังนี้

  • ระยะที่ 1 (Primary stage): จะมีแผลเดี่ยวหรือหลายแผลที่เรียกว่า แผลริมแข็ง (chancre) มักเกิดบริเวณที่เชื้อเข้าสู่ร่างกาย เช่น อวัยวะเพศ ปาก หรือทวารหนัก แผลจะไม่เจ็บและหายได้เองภายใน 3-6 สัปดาห์แม้ไม่รักษา แต่เชื้อยังคงอยู่ในร่างกายค่ะ
  • ระยะที่ 2 (Secondary stage): หลังการติดเชื้อประมาณ 4-10 สัปดาห์ อาจมีผื่นขึ้นทั่วร่างกาย โดยเฉพาะที่ฝ่ามือฝ่าเท้า อาจมีไข้ เจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองโต ผมร่วงเป็นหย่อม และอาจเกิดแผลเปียกคล้ายหูด (condyloma lata) ในบางจุด อาการเหล่านี้สามารถหายได้เองแต่โรคยังคงดำเนินต่อค่ะ
  • ระยะที่แฝง (Latent stage): ไม่มีอาการใด ๆ แต่เชื้อยังอยู่และสามารถตรวจพบด้วยการตรวจเลือด ระยะนี้แบ่งเป็นระยะแฝงต้นและระยะแฝงปลายค่ะ
  • ระยะที่ 3 (Tertiary stage): อาจเกิดหลายปีหรือเป็นสิบปีหลังติดเชื้อ หากไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อหัวใจ หลอดเลือด สมอง เส้นประสาท และอวัยวะอื่น ๆ เช่น ภาวะ SYPHILITIC GUMMA, โรคหลอดเลือดหัวใจ หรือประสาทเสื่อมค่ะ

การรักษา
โรคซิฟิลิสสามารถรักษาให้หายขาดได้หากตรวจพบเร็ว โดยใช้ยาปฏิชีวนะ กลุ่ม Penicillin G ซึ่งแพทย์จะพิจารณาปริมาณและระยะเวลาตามระยะของโรค ผู้ที่แพ้เพนิซิลลินอาจใช้ยาทางเลือก เช่น doxycycline หรือ azithromycin (ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์) การรักษาในระยะเริ่มต้นจะได้ผลดีที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อและป้องกันภาวะแทรกซ้อนค่ะ หลังการรักษาควรตรวจเลือดติดตามตามแพทย์นัด และงดมีเพศสัมพันธ์จนกว่าจะมั่นใจว่าหายขาดค่ะ