อาการและวิธีรักษาเชื้อราที่หนังศีรษะเพื่อให้หายขาด

เชื้อราที่หนังศีรษะมีอาการอย่างไรและควรรักษาด้วยวิธีใดถึงจะหายขาดไม่กลับมาเป็นซ้ำ

เชื้อราที่หนังศีรษะ (Tinea capitis) เกิดจากเชื้อรากลุ่ม Dermatophytes สามารถแพร่กระจายได้จากการใช้หวี แปรง หรือผ้าขนหนูร่วมกับผู้อื่น หรือจากการสัมผัสสัตว์เลี้ยงที่มีเชื้อค่ะ อาการที่พบบ่อย ได้แก่

  • หนังศีรษะแห้งหรือมีสะเก็ดสีขาว/เหลืองเป็นหย่อมๆ
  • ผมร่วงเป็นหย่อม เห็นผิวหนังแดงหรือบวมในบริเวณนั้น
  • คันหนังศีรษะ บางครั้งมีตุ่มหนองหรือแผลสะเก็ด
  • ในบางกรณีเกิดการอักเสบมาก ทำให้หนังศีรษะบวมและเจ็บค่ะ

การรักษาให้หายขาดและลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ ควรทำตามขั้นตอนดังนี้

  1. ใช้ยาต้านเชื้อราแบบรับประทาน เช่น Griseofulvin, Terbinafine หรือ Itraconazole ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้สั่งตามระยะเวลาที่เหมาะสม (โดยทั่วไป 4–8 สัปดาห์)
  2. ใช้ยาต้านเชื้อราเฉพาะที่ เช่น แชมพู Ketoconazole หรือ Selenium sulfide เพื่อช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อ
  3. รักษาความสะอาดอุปกรณ์ส่วนตัว หวี ผ้าเช็ดตัว หมวก และป้องกันไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น
  4. ตรวจและรักษาสัตว์เลี้ยงที่อาจมีเชื้อรา
  5. หลีกเลี่ยงการเกา เพราะอาจทำให้เชื้อกระจายและเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนค่ะ

เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ หลังการรักษาควรยังคงใช้แชมพูต้านเชื้อราเป็นระยะ ๆ ในช่วง 1–2 เดือนแรก ควบคู่กับการดูแลสุขภาพหนังศีรษะให้สะอาดและแห้งอยู่เสมอค่ะ และหากพบว่ามีอาการผมร่วงหรือคันผิดปกติอีกครั้งควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจและรักษาทันทีค่ะ