อาการหูอื้อไม่หายเกิน 1 อาทิตย์ต้องไปพบหมอหรือไม่และอาจเป็นโรคอะไร
หากมีอาการหูอื้อไม่หายเกิน 1 สัปดาห์ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยค่ะ เพราะอาการที่เป็นต่อเนื่องนานอาจบ่งบอกถึงปัญหาที่ต้องได้รับการรักษา ไม่ควรปล่อยไว้นาน เนื่องจากอาจเกิดความเสียหายต่อการได้ยินหรือเป็นสัญญาณของโรคบางชนิดค่ะ
สาเหตุที่อาจทำให้หูอื้อเรื้อรัง ได้แก่
- มีขี้หูอุดตัน ทำให้เสียงเข้าไปสู่แก้วหูได้ไม่ดี
- การติดเชื้อในหูชั้นกลางหรือหูชั้นใน เช่น หูน้ำหนวก (Otitis media)
- ความผิดปกติของท่อยูสเตเชียน (Eustachian tube dysfunction) ทำให้ความดันในหูไม่สมดุล
- มีน้ำหรือสิ่งแปลกปลอมในหู หลังจากว่ายน้ำหรืออาบน้ำ
- การสูญเสียการได้ยินจากอายุหรือเสียงดังมากเกินไป (Sensorineural hearing loss)
- โรคเมเนียร์ (Meniere’s disease) ที่อาจมาพร้อมเวียนศีรษะและเสียงรบกวนในหู
- ปัญหาเกี่ยวกับไซนัสหรือโพรงจมูกอักเสบเรื้อรัง ซึ่งส่งผลต่อความดันในหูค่ะ
ควรไปพบแพทย์หากมีอาการดังนี้ร่วมด้วย
- มีอาการปวดหูรุนแรง
- มีน้ำหรือหนองไหลออกจากหู
- มีเสียงดังในหูแบบต่อเนื่อง
- เวียนศีรษะ อาเจียน หรือเสียการทรงตัว
- การได้ยินลดลงชัดเจน
การตรวจโดยแพทย์จะช่วยหาสาเหตุที่แท้จริง และให้การรักษาเช่นการเอาขี้หูออก การใช้ยาลดการอักเสบ หรือส่งต่อไปตรวจการได้ยินค่ะ หากปล่อยไว้นานอาจทำให้เกิดภาวะหูหนวกถาวรได้ค่ะ