อาการก่อนมีประจำเดือน 1 อาทิตย์มักมีอะไรบ้างและเป็นปกติหรือไม่
โดยทั่วไปอาการที่เกิดขึ้นประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือนเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยมาก และมักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนในร่างกายค่ะ อาการที่พบได้บ่อยมีดังนี้
- อาการทางร่างกาย: เจ็บหรือคัดตึงที่เต้านม, ท้องอืด, ปวดท้องน้อยหรือปวดหลัง, ปวดหัว, มีสิวขึ้น, น้ำหนักขึ้นเล็กน้อยจากการคั่งน้ำค่ะ
- อาการทางอารมณ์และจิตใจ: หงุดหงิดง่าย, อารมณ์แปรปรวน, รู้สึกเศร้า, วิตกกังวล หรือสมาธิลดลงค่ะ
- การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม: รู้สึกอยากกินของหวานหรือของเค็มมากขึ้น, รู้สึกเหนื่อยง่าย, นอนหลับไม่สนิทค่ะ
อาการเหล่านี้เรียกรวมกันว่า PMS (Premenstrual Syndrome) หรือ “กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน” ซึ่งถือเป็นภาวะปกติ พบในผู้หญิงจำนวนมากค่ะ ความรุนแรงของอาการแตกต่างกันไป บางคนอาจเป็นเล็กน้อย บางคนอาจเป็นมากจนกระทบกับการใช้ชีวิต ในกรณีที่อาการหนักมากหรือส่งผลต่อการทำงานและความสัมพันธ์ อาจเป็น PMDD (Premenstrual Dysphoric Disorder) ซึ่งควรปรึกษาแพทย์ค่ะ
สิ่งที่ช่วยบรรเทาอาการ ได้แก่
- การพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายเบา ๆ สม่ำเสมอ
- รับประทานอาหารที่สมดุล ลดของเค็มและหวาน
- ดื่มน้ำมากพอ และลดคาเฟอีน
- ทำกิจกรรมผ่อนคลาย เช่น โยคะ หรือการฝึกหายใจค่ะ
หากคุณรู้สึกว่าอาการก่อนมีประจำเดือนรุนแรงเกินไป หรือมีการเปลี่ยนแปลงผิดปกติจากเดิม ควรไปตรวจสุขภาพหรือปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุค่ะ