อาการขาบวมสามารถเกิดจากโรคอะไรหรือพฤติกรรมในชีวิตประจำวันแบบไหน
อาการขาบวมสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากโรคทางระบบต่าง ๆ และจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันค่ะ สาเหตุหลักๆ ที่พบได้บ่อย ได้แก่
- โรคหัวใจ เช่น ภาวะหัวใจวาย หัวใจทำงานไม่เต็มที่ ทำให้เลือดไหลเวียนกลับไม่ดี เกิดการคั่งของของเหลวที่ขาค่ะ
- โรคไต โดยเฉพาะโรคไตเรื้อรังหรือไตอักเสบ เพราะไตมีหน้าที่ขับน้ำและเกลือออกจากร่างกาย หากทำงานผิดปกติจะทำให้มีน้ำเกินในร่างกายและบวมได้ค่ะ
- โรคตับ เช่น ตับแข็ง ส่งผลให้โปรตีนอัลบูมินในเลือดต่ำ ทำให้แรงดันออสโมซิสลดลง น้ำจึงซึมออกสู่เนื้อเยื่อเกิดบวมค่ะ
- ปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือดดำ เช่น เส้นเลือดขอด หรือภาวะหลอดเลือดดำส่วนลึกอุดตัน (Deep vein thrombosis) ที่ทำให้เลือดไหลกลับขึ้นลำบากค่ะ
นอกจากโรค ยังมีปัจจัยการใช้ชีวิตประจำวันที่สามารถทำให้ขาบวมได้ เช่น
- การยืนนานหรือนั่งนานเกินไป เช่น ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ติดต่อกันหลายชั่วโมงหรือเดินทางไกลโดยไม่ขยับ
- การใส่รองเท้าหรือเสื้อผ้าที่รัดแน่นเกินไป ทำให้การไหลเวียนเลือดไม่สะดวกค่ะ
- การรับประทานอาหารเค็มจัดที่มีโซเดียมสูง ทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำมากขึ้น
- การขาดการออกกำลังกาย ทำให้การไหลเวียนเลือดช้าลงค่ะ
ถ้าขาบวมเพียงชั่วคราวจากการใช้งานหรืออาหารมักหายได้เองเมื่อพักหรือยกขาสูง แต่ถ้าบวมต่อเนื่องเรื้อรัง หนักขึ้น หรือมีอาการร่วมอื่น เช่น หายใจเหนื่อย เจ็บหน้าอก หรือปัสสาวะน้อยลง แนะนำให้พบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสมค่ะ