การเสริมแคลเซียมวันละหนึ่งพันมิลลิกรัมในผู้สูงอายุช่วยป้องกันกระดูกพรุนอย่างไร
การเสริมแคลเซียมวันละประมาณ 1,000 มิลลิกรัมในผู้สูงอายุมีบทบาทสำคัญในการช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน เนื่องจากร่างกายของเรามีการสูญเสียมวลกระดูกตามวัย โดยเฉพาะหลังวัยหมดประจำเดือนในผู้หญิง รวมถึงผู้ชายที่อายุมากขึ้นก็มีความเสี่ยงสูงขึ้นเช่นกันค่ะ การได้รับแคลเซียมเพียงพอมีส่วนช่วยดังนี้
- เป็นวัตถุดิบในการสร้างและซ่อมแซมกระดูก: แคลเซียมเป็นองค์ประกอบหลักของกระดูกและฟัน ทำให้โครงสร้างแข็งแรงค่ะ
- ชะลอการสลายมวลกระดูก: ในวัยสูงอายุ อัตราการสลายกระดูกจะเร็วกว่าอัตราการสร้าง การเสริมแคลเซียมช่วยให้สมดุลดีขึ้นค่ะ
- ช่วยให้ระบบประสาทและกล้ามเนื้อทำงานปกติ: แคลเซียมยังมีหน้าที่ในการส่งกระแสประสาทและการหดตัวของกล้ามเนื้อ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มค่ะ
โดยทั่วไป ร่างกายของผู้สูงอายุดูดซึมแคลเซียมได้น้อยลง จึงต้องได้รับปริมาณมากพอจากอาหารหรืออาหารเสริม คำแนะนำคือควรรับจากแหล่งอาหารที่มีประโยชน์ เช่น นมและผลิตภัณฑ์จากนม ปลาเล็กปลาน้อย ถั่ว งา รวมถึงผักใบเขียวเสริม และอาจใช้แคลเซียมเสริม (Supplement) ร่วมด้วย หากแพทย์พิจารณาว่าได้รับจากอาหารไม่เพียงพอค่ะ ทั้งนี้ ควรได้รับวิตามินดีร่วมด้วยเพื่อช่วยการดูดซึมแคลเซียมและรักษาสมดุลของแร่ธาตุในกระดูกค่ะ
อย่างไรก็ตาม การรับแคลเซียมมากเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงนิ่วในไต หรือปัญหาหลอดเลือดแข็งตัวได้ ดังนั้น ควรปรับปริมาณตามความต้องการเฉพาะบุคคลและภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรค่ะ นอกจากนี้ การออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก (Weight-bearing exercise) เช่น เดินเร็ว แอโรบิกเบา ๆ หรือยกน้ำหนัก ควรทำควบคู่กับการเสริมแคลเซียมเพื่อช่วยเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูกได้ดียิ่งขึ้นค่ะ