ถ้าฟันโยกเพราะโรคปริทันต์ต้องถอนไหม
ถ้าฟันโยกเนื่องจากโรคปริทันต์ (โรคเหงือกและกระดูกที่รองรับฟันอักเสบ) ไม่จำเป็นว่าต้องถอนทุกกรณีค่ะ การตัดสินใจว่าควรถอนหรือเก็บไว้ต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น ระดับความรุนแรงของโรค ระดับการโยกของฟัน และปริมาณกระดูกที่สูญเสียไปค่ะ โดยหลักการประเมินมีดังนี้
-
ประเมินระดับการโยกของฟัน
- โยกเล็กน้อย (Mobility grade 1) ยังสามารถเก็บรักษาได้ด้วยการรักษาโรคปริทันต์
- โยกระดับปานกลางถึงมาก (Grade 2–3) อาจต้องพิจารณาทำวิธีเสริมแรง เช่น Splinting (ยึดฟันกับฟันข้างเคียง) หรือถอนในกรณีที่ฟันไม่สามารถใช้งานได้
-
ดูสภาพกระดูกและเหงือก
- ถ้ากระดูกหุ้มรากฟันเหลือน้อยมาก ฟันจะไม่มีความมั่นคง การเก็บไว้จะทำให้เกิดปัญหาการบดเคี้ยวและเจ็บปวด
- หากยังมีโอกาสฟื้นฟู เช่น ขูดหินปูน+เกลารากฟัน รักษาสุขภาพเหงือก ก็อาจช่วยให้ฟันกลับมาแข็งแรงขึ้น
-
ปัจจัยการใช้งานและการทำฟันในอนาคต
- ถ้าฟันสำคัญต่อการบดเคี้ยวและการสบฟัน แพทย์อาจพยายามเก็บไว้ให้นานที่สุด
- ถ้าฟันโยกมากจนเคี้ยวไม่ได้หรือมีการติดเชื้อเรื้อรัง อาจจำเป็นต้องถอน เพื่อป้องกันการกระจายของเชื้อและเตรียมทำฟันทดแทน (เช่น ฟันปลอม รากฟันเทียม)
โดยสรุป ฟันโยกจากโรคปริทันต์ไม่จำเป็นต้องถอนทันทีเสมอไปค่ะ ควรให้ทันตแพทย์เฉพาะทางด้านปริทันต์ตรวจประเมินอย่างละเอียด เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมและเก็บฟันไว้ให้นานที่สุดเท่าที่ทำได้ค่ะ หากต้องการ ฉันสามารถช่วยคุณทำ Checklist อาการและระดับฟันโยก เพื่อประเมินเบื้องต้นก่อนไปพบหมอได้นะคะ