การเกลารากฟัน (Scaling and Root Planing) เป็นขั้นตอนการรักษาโรคปริทันต์ที่มุ่งกำจัดคราบหินปูนและเชื้อแบคทีเรียที่สะสมอยู่ใต้ขอบเหงือกและบนผิวรากฟันค่ะ ว่าจะต้องทำกี่ครั้งจนเหงือกกลับมาเป็นปกติขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ระดับความรุนแรงของโรค สุขภาพช่องปากโดยรวม และการดูแลรักษาหลังทำค่ะ
ปัจจัยที่มีผลต่อจำนวนครั้งที่ต้องเกลา
- ระดับความรุนแรงของโรคปริทันต์:
- ระยะเริ่มต้น: อาจใช้ 1–2 ครั้งก็เพียงพอสำหรับทั้งปาก
- ระยะปานกลางถึงรุนแรง: อาจต้องแบ่งทำหลายครั้ง (เช่น 2–4 ครั้ง) เพื่อทำความสะอาดทีละส่วนของขากรรไกร
- จำนวนซี่ฟันที่ได้รับผลกระทบ: ฟันหลายซี่ที่มีร่องลึกอาจต้องทำทีละโซนเพื่อให้ทันตแพทย์ทำได้ละเอียด
- การตอบสนองของเหงือกต่อการรักษา: หากเหงือกอักเสบลดลงอย่างดี อาจไม่ต้องทำซ้ำ แต่ถ้ายังมีการติดเชื้อ อาจต้องนัดเกลาซ้ำในบางตำแหน่ง
- การดูแลหลังการรักษา: การแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันหรืออุปกรณ์เสริมอย่างถูกต้องช่วยให้ผลดีขึ้นและลดความจำเป็นในการทำหลายครั้งค่ะ
โดยทั่วไปแล้ว หลังทำเกลารากฟันรอบแรก ทันตแพทย์จะนัดติดตามผลใน 4–6 สัปดาห์เพื่อตรวจร่องเหงือกอีกครั้ง ถ้าพบว่ายังมีการอักเสบหรือร่องลึกเกิน 4 มม. อยู่ อาจต้องทำการเกลาซ้ำในบางบริเวณค่ะ นอกจากนี้ แม้อาการจะดีขึ้นแล้ว ผู้ป่วยควรพบทันตแพทย์เพื่อทำความสะอาดและติดตามสภาพเหงือกทุก 3–6 เดือน เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นใหม่ค่ะ