การใส่หน้ากากอนามัยเวลาวิ่งหรือปั่นจักรยานทำให้ร่างกายรับคาร์บอนไดออกไซด์กลับเข้าไปจนเกิดภาวะเลือดเป็นกรดไหม
โดยทั่วไป การใส่หน้ากากอนามัยระหว่างวิ่งหรือปั่นจักรยานอาจทำให้การแลกเปลี่ยนก๊าซ (ออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์) มีประสิทธิภาพลดลงเล็กน้อยค่ะ เนื่องจากการมีตัวกรองหรือชั้นวัสดุของหน้ากากทำให้การหายใจมีแรงต้านมากขึ้น และอาจมีการสะสมของคาร์บอนไดออกไซด์บางส่วนในพื้นที่ระหว่างหน้ากากกับปาก/จมูก แต่ปริมาณนี้โดยปกติยังไม่ถึงระดับที่ทำให้เกิดภาวะเลือดเป็นกรด (Respiratory Acidosis) ในคนสุขภาพดีค่ะ
- สำหรับคนทั่วไปที่ไม่มีโรคปอดหรือโรคระบบทางเดินหายใจ: ร่างกายสามารถปรับตัวโดยการหายใจถี่และลึกขึ้นเพื่อชดเชยแรงต้านของหน้ากาก จึงมักไม่เกิดภาวะเลือดเป็นกรดค่ะ
- ภาวะเลือดเป็นกรดจากการสะสมคาร์บอนไดออกไซด์มักพบในกรณีที่มีการหายใจติดขัดอย่างต่อเนื่อง หรือผู้ป่วยที่มีโรคปอดเรื้อรัง เช่น COPD หรือโรคหอบหืดที่ควบคุมไม่ดี และต้องใช้หน้ากากที่มีการกรองหนาเกินไปค่ะ
- หากออกกำลังกายอย่างหนักและรู้สึกเวียนศีรษะ เหนื่อยผิดปกติ หรืออึดอัดมาก ควรหยุดพักและปรับหน้ากากให้ระบายอากาศดีขึ้นค่ะ
สรุปคือ สำหรับคนปกติ การใส่หน้ากากอนามัยระหว่างออกกำลังกายไม่ทำให้เลือดเป็นกรดอย่างมีนัยสำคัญ แต่จะเพิ่มความเหนื่อยและอึดอัด เพราะต้องใช้แรงหายใจมากขึ้นค่ะ แนะนำใช้หน้ากากที่มีการระบายอากาศดี (เช่น หน้ากากผ้าแบบบางหรือหน้ากากกีฬา) และหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักเกินไปในสภาพหน้ากากหนาเพื่อป้องกันอาการไม่สบายค่ะ