ถ้ามีอาการแพ้เหงื่อตัวเองจนเป็นลมพิษเห่อทั้งตัวทุกครั้งที่วิ่งควรเปลี่ยนไปว่ายน้ำแทนหรือต้องกินยาแก้แพ้กดไว้ตลอดชีวิต
อาการแพ้เหงื่อตัวเอง หรือที่เรียกว่า “Cholinergic Urticaria” เกิดจากปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิร่างกายและเหงื่อค่ะ ลักษณะคือมีผื่นลมพิษคันหรือแสบ ร่วมกับอาจมีอาการแน่นหน้าอก หายใจลำบากในบางคน อาการแบบนี้มักจะกระตุ้นได้โดยการออกกำลังกายที่ทำให้เหงื่อออกมาก อาบน้ำอุ่น หรือแม้แต่ความเครียดค่ะ
แนวทางจัดการมีหลายวิธี ดังนี้
- เปลี่ยนประเภทการออกกำลังกาย: การว่ายน้ำในสระที่มีอุณหภูมิน้ำเย็นพอเหมาะอาจช่วยลดโอกาสเกิดอาการ เนื่องจากร่างกายไม่ร้อนเกินไปและไม่กระตุ้นเหงื่อมากนักค่ะ แต่ทั้งนี้ยังมีโอกาสเกิดได้หากมีเหงื่อหรือร่างกายร้อนขึ้นก่อนลงน้ำค่ะ
- ใช้ยาแก้แพ้ (Antihistamine): แพทย์อาจแนะนำให้กินติดต่อกันในช่วงที่จำเป็น หรือกินก่อนทำกิจกรรมที่คาดว่าจะกระตุ้นอาการ แต่โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องกินตลอดชีวิต เว้นแต่เป็นกรณีที่พบอาการบ่อยและรุนแรงต่อเนื่องค่ะ การใช้ยาระยะยาวควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
- ปรับสิ่งกระตุ้น: หลีกเลี่ยงการออกกำลังในที่ร้อนหรือชื้นสูง เริ่มจากการวอร์มอัพแบบค่อยเป็นค่อยไป ดื่มน้ำเย็นระหว่างออกกำลังกาย และระบายความร้อนทันทีหลังออกแรงค่ะ
สรุปคือ คุณไม่จำเป็นต้องหยุดวิ่งถ้าชอบวิ่ง แต่ต้องบริหารความเสี่ยงให้ดี อาจเลือกออกกำลังกายในสภาพอากาศเย็น หรือเลือกว่ายน้ำเป็นตัวเลือกเสริมเพื่อให้ร่างกายได้ใช้พลังงานโดยไม่กระตุ้นอาการมากนักค่ะ อย่างไรก็ตาม ควรไปพบแพทย์ผิวหนังหรือภูมิแพ้เพื่อรับการวินิจฉัยและแผนรักษาที่เหมาะสม รวมถึงทดสอบว่ามีความเสี่ยงต่อภาวะแพ้รุนแรง (anaphylaxis) หรือไม่ เพื่อจะได้มีแผนฉุกเฉินไว้ค่ะ