การกลั้นอุจจาระบ่อยๆ ตอนเช้าส่งผลให้เกิดโรคลำไส้พองโตได้จริงหรือเปล่า
การกลั้นอุจจาระบ่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงเช้า อาจไม่ได้ทำให้เกิด “โรคลำไส้พองโต” โดยตรง แต่สามารถส่งผลเสียต่อระบบทางเดินอาหารและลำไส้ได้หลายด้านค่ะ สาเหตุหลักมาจากการที่อุจจาระค้างอยู่ในลำไส้นาน ทำให้ลำไส้ต้องดูดซึมน้ำจากอุจจาระมากขึ้น ส่งผลให้อุจจาระแข็งและทำให้ขับถ่ายยากขึ้น ซึ่งหากเกิดบ่อยๆ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคและภาวะอื่นๆ ดังนี้ค่ะ
- ท้องผูกเรื้อรัง: เกิดจากการที่กล้ามเนื้อลำไส้และกล้ามเนื้อหูรูดทวารปรับตัวให้เก็บอุจจาระนานขึ้น ทำให้การขับถ่ายไม่เป็นไปตามธรรมชาติ
- ริดสีดวงทวาร: การเบ่งมากขึ้นจากอุจจาระแข็งสามารถทำให้หลอดเลือดบริเวณทวารโป่งพอง
- แผลหรือรอยฉีกทวารหนัก (Anal fissure): ถ่ายอุจจาระที่แข็งอาจทำให้เกิดรอยฉีกและเจ็บมากขึ้น
- เสี่ยงต่อการเกิดอุจจาระค้างเป็นก้อนใหญ่ (Fecal impaction): ทำให้ลำไส้ส่วนปลายขยายตัวชั่วคราวจากแรงดัน
ในบางกรณี หากกลั้นอุจจาระบ่อยและนานมาก อาจทำให้ลำไส้ส่วนปลายหรือทวารหนัก “ขยายตัว” ชั่วคราว ซึ่งบางคนอาจเข้าใจว่าเป็นลำไส้พองโต แต่จริงๆ ไม่ใช่โรค “ลำไส้พอง” ในความหมายทางการแพทย์ค่ะ โรคลำไส้พอง (Megacolon) แบบที่เป็นโรคจริงมักเกิดจากภาวะแต่กำเนิด เช่น Hirschsprung disease หรือจากโรคบางชนิด เช่น ลำไส้อักเสบเรื้อรัง (Inflammatory bowel disease) หรือการติดเชื้อบางอย่าง ไม่ได้เกิดเพียงจากการกลั้นอุจจาระธรรมดาในชีวิตประจำวันค่ะ
เพื่อป้องกันผลเสีย ควรฝึกให้ลำไส้ขับถ่ายเป็นเวลา โดยเฉพาะในตอนเช้าเมื่อร่างกายมี “gastrocolic reflex” ที่ช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ หลังตื่นนอนหรือหลังรับประทานอาหารเช้า ควรเข้าห้องน้ำทันทีเมื่อรู้สึกปวด และไม่ควรฝืนกลั้นเป็นประจำค่ะ การดื่มน้ำมากขึ้น รับประทานอาหารที่มีใยอาหารสูง และออกกำลังกายจะช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติมากขึ้นค่ะ