ผื่นคันรอบปากหลังใช้ลิปสติกใหม่ เกิดจากแพ้หรือสเตียรอยด์?

เจอผื่นคันรอบปากจากลิปสติกใหม่ เป็นแพ้หรือจากสเตียรอยด์ในลิปครับ

อาการผื่นคันรอบปากหลังเริ่มใช้ลิปสติกใหม่ “มีโอกาสเป็นผื่นแพ้สัมผัส (allergic contact dermatitis)” มากกว่าการเกิดจากสเตียรอยด์ในลิปค่ะ โดยเฉพาะถ้า:

  • เริ่มมีอาการภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงหลายวันหลังเปลี่ยนลิปใหม่ค่ะ
  • มีอาการคัน แสบ แดง ลอก หรือเป็นตุ่มเล็ก ๆ รอบริมฝีปากค่ะ
  • ผื่นอยู่บริเวณที่ลิปสัมผัส เช่น ขอบปาก มุมปาก หรือผิวรอบปากค่ะ
  • อาจเกิดจากน้ำหอม สี สารกันเสีย หรือสารแต่งกลิ่นในลิปได้ค่ะ

ส่วน “สเตียรอยด์ในลิปสติก” ปกติลิปเครื่องสำอางทั่วไปไม่ควรมีสเตียรอยด์ค่ะ แต่ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ไม่มีมาตรฐานหรือโฆษณาว่ารักษาปากคล้ำ/ปากอักเสบเร็วผิดปกติ ก็อาจมีการปนเปื้อนได้ค่ะ อาการจากสเตียรอยด์มักจะเป็น:

  • ผิวบาง แดงง่าย แสบง่ายค่ะ
  • มีผื่นเห่อซ้ำเมื่อหยุดใช้ค่ะ
  • รอบปากอาจเกิด “perioral dermatitis” คือผื่นตุ่มแดงรอบปากคล้ายสิวค่ะ
  • มักเกิดหลังใช้ต่อเนื่องนาน ไม่ใช่เพิ่งใช้ไม่กี่ครั้งแล้วขึ้นทันทีค่ะ

แนะนำตอนนี้คือ:

  • หยุดใช้ลิปตัวใหม่ทันทีค่ะ
  • ใช้ลิปมันอ่อนโยน ไม่มีน้ำหอม ไม่มีเมนทอลหรือการบูรค่ะ
  • หลีกเลี่ยงการเลียริมฝีปาก และงดสครับค่ะ
  • ถ้าคันมาก อาจใช้ยาแก้แพ้รับประทานได้ เช่น cetirizine หรือ loratadine ตามฉลากค่ะ
  • หากผื่นลาม บวม มีน้ำเหลือง เจ็บมาก หรือไม่ดีขึ้นภายใน 5–7 วัน ควรพบแพทย์ผิวหนังค่ะ
  • ถ้าสงสัยแพ้จริง อาจต้องทำ patch test เพื่อหาสารที่แพ้ค่ะ