ผ่าไส้ติ่งแบบเปิดหน้าท้องมา 2 เดือน อาการปวดแผลหายไปแล้ว แต่ 2-3 วันก่อน หากนั่งยอง ๆ นั่งรถนาน นั่งทำงานแบบตัวตรง จะรู้สึกปวดตื้อ หน่วง ปวดรำคาญที่แผล แล้วก็จะปวดไปทั้งวันเลย ตื่นนอนก็หายปวด แต่หากมีพฤติกรรมเดิมอีกก็ปวดอีก แบบนี้อันตรายไหม ต้องพบแพทย์ไหมคะ
อาการที่เล่ามา “ปวดตื้อ หน่วง รำคาญบริเวณแผล” หลังผ่าไส้ติ่งแบบเปิดหน้าท้องมา 2 เดือน และจะเป็นหลังนั่งยอง ๆ นั่งรถนาน หรือนั่งตัวตรงนาน ๆ แต่พอนอนพักแล้วดีขึ้น แบบนี้ “ยังพบได้” ในช่วงพักฟื้นค่ะ เพราะแผลผ่าตัดชั้นกล้ามเนื้อและพังผืดด้านในยังซ่อมแซมไม่สมบูรณ์เต็มที่ แม้ผิวหนังจะดูหายแล้วก็ตามค่ะ การนั่งท่าที่เพิ่มแรงตึงหน้าท้องหรือกดแผลนาน ๆ อาจทำให้เกิดอาการปวดหน่วงได้ โดยเฉพาะการผ่าแบบเปิดหน้าท้องที่แผลลึกกว่าการส่องกล้องค่ะ นอกจากนี้อาจมีเรื่องของพังผืด แผลตึง กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือเส้นประสาทบริเวณแผลไวต่อการกดดึงร่วมด้วยค่ะ
อย่างไรก็ตาม แม้อาการจะยังไม่ดูอันตรายชัดเจน แต่ควรสังเกตอาการต่อไปนี้ เพราะถ้ามีควรพบแพทย์เร็วค่ะ
- ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือปวดแม้ไม่ได้ขยับตัว
- แผลบวม แดง ร้อน มีน้ำเหลืองหรือหนอง
- มีก้อนนูนที่แผล โดยเฉพาะเวลาไอ เบ่ง หรือยืนนาน ๆ (อาจเป็นไส้เลื่อนแผลผ่าตัดค่ะ)
- มีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องอืดมาก
- ปวดจนใช้ชีวิตลำบาก หรืออาการไม่ดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์
- ชาหรือแสบร้อนจี๊ด ๆ มากผิดปกติบริเวณแผลค่ะ
ในช่วงนี้แนะนำให้หลีกเลี่ยงการนั่งท่าเดิมนาน ๆ เปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ใช้หมอนรองหลังเวลานั่งรถหรือทำงาน หลีกเลี่ยงยกของหนัก และค่อย ๆ เพิ่มการเดินหรือยืดกล้ามเนื้อเบา ๆ ค่ะ หากอาการปวดเริ่มถี่ขึ้น หรือกังวลใจ แนะนำไปพบศัลยแพทย์ที่ผ่าตัดหรือแพทย์ทั่วไปเพื่อตรวจแผลและคลำดูว่ามีพังผืดหรือไส้เลื่อนแผลผ่าตัดหรือไม่ค่ะ โดยเฉพาะถ้าอาการเพิ่งเริ่มชัดขึ้นหลังช่วงที่เคยหายปวดไปแล้วค่ะ