เวลาเดินเร็วๆ แล้วเจ็บหน้าแข้ง
อาการเจ็บบริเวณหน้าแข้งเวลาเดินเร็ว อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุค่ะ โดยสาเหตุที่พบบ่อยคือ “กล้ามเนื้อและเยื่อหุ้มกระดูกหน้าแข้งอักเสบ” หรือที่เรียกว่า shin splints ค่ะ มักเกิดหลังเดินเร็ว วิ่ง ออกกำลังกายหนัก หรือใช้งานขามากเกินไป โดยเฉพาะถ้าเพิ่งเริ่มออกกำลังกาย เปลี่ยนรองเท้า หรือเดินบนพื้นแข็งนาน ๆ ค่ะ อาการมักจะปวดตึง เจ็บด้านหน้าหรือด้านในของหน้าแข้ง และดีขึ้นเมื่อพักค่ะ
นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้ เช่น
- กล้ามเนื้อน่องตึง หรือใช้งานหนักเกินไปค่ะ
- เอ็นหรือเยื่อหุ้มกระดูกอักเสบค่ะ
- รองเท้าที่ซัพพอร์ตเท้าไม่ดี หรือพื้นรองเท้าสึกค่ะ
- ภาวะกระดูกล้า (stress fracture) ซึ่งจะปวดเฉพาะจุดมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเวลาเดินลงน้ำหนักค่ะ
- เส้นประสาทหรือการไหลเวียนเลือดผิดปกติ ซึ่งอาจมีชา อ่อนแรง หรือปวดร่วมด้วยค่ะ
การดูแลเบื้องต้นสามารถทำได้ดังนี้ค่ะ
- พักการใช้งานหนักชั่วคราว ลดการเดินเร็วหรือวิ่งค่ะ
- ประคบเย็น 15–20 นาที วันละ 3–4 ครั้งค่ะ
- ยืดกล้ามเนื้อน่องและหน้าแข้งเบา ๆ ค่ะ
- ใส่รองเท้าที่รองรับแรงกระแทกได้ดีค่ะ
- หากปวดมากอาจใช้ยาแก้อักเสบหรือพาราเซตามอลตามคำแนะนำเภสัชกรค่ะ
ควรไปพบแพทย์หากมีอาการต่อไปนี้ค่ะ
- ปวดมากจนเดินลำบากค่ะ
- บวม แดง ร้อน หรือมีไข้ค่ะ
- ปวดเฉพาะจุดชัดเจน กดแล้วเจ็บมากค่ะ
- อาการไม่ดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์ หรือเป็นบ่อยค่ะ
- มีอาการชา อ่อนแรง หรือขาเย็นซีดร่วมด้วยค่ะ