แปรงฟันแล้วเลือดออกทุกครั้ง ควรไปพบหมอฟันไหม

แปรงฟันแล้วเลือดออกทุกครั้ง ต้องไปพบหมอฟันหรือเปล่า…

ถ้าแปรงฟันแล้วมีเลือดออก “ทุกครั้ง” ถือว่าไม่ค่อยปกติ และควรหา原因ค่ะ สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือ “เหงือกอักเสบ” จากคราบพลัคและหินปูนสะสม ทำให้เหงือกบวม แดง และเลือดออกง่าย โดยเฉพาะเวลาแปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟันค่ะ นอกจากนี้อาจเกิดจาก:

  • แปรงฟันแรงเกินไป หรือใช้แปรงขนแข็งค่ะ
  • มีหินปูนสะสมใต้เหงือกค่ะ
  • ใช้ไหมขัดฟันไม่ถูกวิธีค่ะ
  • ขาดวิตามินบางชนิด เช่น วิตามินซีค่ะ
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ช่วงตั้งครรภ์ค่ะ
  • โรคบางอย่าง เช่น เบาหวาน หรือปัญหาเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือดค่ะ
  • ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด เช่น ยาละลายลิ่มเลือดค่ะ

แนะนำว่าควรไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเหงือกและขูดหินปูนค่ะ เพราะถ้าปล่อยไว้นาน เหงือกอักเสบอาจลุกลามเป็น “โรคปริทันต์” ทำให้เหงือกร่น ฟันโยก หรือสูญเสียฟันได้ค่ะ ระหว่างนี้สามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นได้โดย:

  • ใช้แปรงสีฟันขนนุ่ม และแปรงเบา ๆ ค่ะ
  • แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง และใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกวิธีค่ะ
  • หลีกเลี่ยงการหยุดแปรงตรงบริเวณที่เลือดออก เพราะคราบแบคทีเรียจะยิ่งสะสมค่ะ
  • บ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่นอาจช่วยลดการอักเสบได้ค่ะ
  • หากสูบบุหรี่ ควรลดหรือหยุด เพราะมีผลต่อสุขภาพเหงือกค่ะ

ควรรีบพบหมอฟันเร็วขึ้นถ้ามีอาการร่วม เช่น เหงือกบวมมาก ปวด มีกลิ่นปากรุนแรง ฟันโยก มีหนอง หรือเลือดออกเองแม้ไม่ได้แปรงฟันค่ะ และถ้าเลือดออกง่ายตามส่วนอื่นของร่างกายร่วมด้วย เช่น จ้ำเขียว เลือดกำเดาไหลบ่อย หรือประจำเดือนมากผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติมค่ะ