ตั้งครรภ์แล้วเป็นโรคไทรอยด์ ต้องปรับยายังไงบ้างคับ
ถ้าตั้งครรภ์และมีโรคไทรอยด์อยู่เดิม การปรับยามีความสำคัญมาก เพราะฮอร์โมนไทรอยด์มีผลต่อพัฒนาการสมองและการเจริญเติบโตของทารกค่ะ โดยแนวทางจะต่างกันตามว่าเป็น “ไทรอยด์ต่ำ” หรือ “ไทรอยด์เป็นพิษ” ค่ะ
-
กรณี “ไทรอยด์ต่ำ” (Hypothyroidism) และกิน levothyroxine อยู่:
- ส่วนใหญ่ต้อง “เพิ่มขนาดยา” ทันทีเมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ค่ะ เพราะร่างกายต้องการฮอร์โมนมากขึ้น
- หลายแนวทางแนะนำเพิ่มประมาณ 20–30% ของขนาดเดิม เช่น กินเพิ่มอีก 2 เม็ดต่อสัปดาห์จากขนาดปกติค่ะ
- ควรตรวจ TSH และ Free T4 ทุก 4–6 สัปดาห์ช่วงครึ่งแรกของการตั้งครรภ์ค่ะ
- เป้าหมาย TSH มักต้องควบคุมให้ต่ำกว่าค่าปกติทั่วไป โดยเฉพาะไตรมาสแรกค่ะ
- ยาธาตุเหล็ก แคลเซียม หรือวิตามินคนท้อง อาจรบกวนการดูดซึมยาไทรอยด์ ควรกินห่างจาก levothyroxine อย่างน้อย 4 ชั่วโมงค่ะ
- หลังคลอด แพทย์มักปรับกลับใกล้ขนาดยาเดิม และตรวจเลือดซ้ำค่ะ
-
กรณี “ไทรอยด์เป็นพิษ” (Hyperthyroidism):
- ช่วงไตรมาสแรกมักใช้ PTU (propylthiouracil) เพราะปลอดภัยต่อทารกมากกว่า methimazole ในช่วงอวัยวะกำลังสร้างค่ะ
- หลังไตรมาสแรก บางรายแพทย์อาจเปลี่ยนกลับเป็น methimazole เพื่อลดความเสี่ยงต่อตับจาก PTU ค่ะ
- เป้าหมายคือใช้ “ขนาดยาต่ำที่สุดที่คุมอาการได้” เพื่อไม่ให้ทารกได้รับผลจากยามากเกินไปค่ะ
- ต้องติดตามชีพจร น้ำหนัก อาการใจสั่น และตรวจเลือดสม่ำเสมอค่ะ
- ห้ามหยุดยาเอง เพราะไทรอยด์เป็นพิษที่ควบคุมไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงแท้ง คลอดก่อนกำหนด และครรภ์เป็นพิษค่ะ
หากบอกได้ว่าเป็นไทรอยด์ชนิดไหน ใช้ยาอะไรอยู่ ขนาดยาเท่าไร และอายุครรภ์กี่สัปดาห์ จะช่วยอธิบายแนวทางปรับยาได้ละเอียดขึ้นค่ะ