กินยาลดกรดแล้วมีอาการปวดหัวบ่อย เกี่ยวกันไหม???
มีโอกาสเกี่ยวกันได้ค่ะ เพราะ “ยาลดกรด” มีหลายชนิด และบางชนิดสามารถทำให้เกิดอาการปวดศีรษะเป็นผลข้างเคียงได้ค่ะ โดยเฉพาะถ้าเริ่มมีอาการหลังเริ่มยาไม่นาน หรือปวดบ่อยขึ้นหลังรับประทานยาเดิมต่อเนื่องค่ะ
- กลุ่มยาที่พบบ่อยและอาจทำให้ปวดหัวได้ เช่น
- ยากลุ่ม PPI เช่น omeprazole, pantoprazole, esomeprazole
- ยากลุ่ม H2 blocker เช่น famotidine
- บางคนอาจไวต่อส่วนประกอบของยา หรือเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสมดุลเกลือแร่ในร่างกายค่ะ
- อาการที่อาจพบร่วมกัน ได้แก่
- เวียนหัว มึนงง
- คลื่นไส้
- อ่อนเพลีย
- ท้องเสียหรือท้องผูก
- ถ้าปวดหัวไม่มาก อาจลองสังเกตว่า
- ปวดหลังทานยากี่ชั่วโมง
- เป็นทุกครั้งไหม
- เปลี่ยนยี่ห้อหรือเปลี่ยนชนิดยาแล้วดีขึ้นหรือไม่ค่ะ
อย่างไรก็ตาม อาการปวดหัวอาจไม่ได้มาจากยาเสมอไปค่ะ เช่น กรดไหลย้อนเองอาจสัมพันธ์กับความเครียด นอนน้อย กินอาหารไม่ตรงเวลา คาเฟอีน หรือขาดน้ำ ซึ่งทั้งหมดก็ทำให้ปวดหัวได้เช่นกันค่ะ อีกกรณีคือบางคนกินยาลดกรดต่อเนื่องนาน ๆ แล้วมีภาวะขาดวิตามินบางชนิด เช่น แมกนีเซียมหรือวิตามิน B12 ได้ แม้จะไม่พบบ่อยแต่ก็เป็นไปได้ค่ะ
ควรไปพบแพทย์หรือเภสัชกรถ้ามีอาการเหล่านี้ค่ะ
- ปวดหัวรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
- ปวดร่วมกับอาเจียน แขนขาอ่อนแรง ตามัว หรือพูดไม่ชัด
- มีไข้ คอแข็ง
- ปวดจนรบกวนชีวิตประจำวัน
- หรือกินยาแล้วมีผื่น หายใจลำบาก หน้าบวมค่ะ
ถ้าสะดวก สามารถบอกชื่อยาลดกรดที่กิน ขนาดยา และเริ่มปวดหัวตั้งแต่เมื่อไรได้ค่ะ จะช่วยประเมินได้ละเอียดขึ้นค่ะ