ปวดประจำเดือนรุนแรงจนเป็นลม ควรเริ่มจากยาแก้ปวดหรือตรวจมดลูก

ปวดประจำเดือนมากจนน็อก ต้องตรวจหามดลูกผิดปกติไหม หรือเริ่มจากยาแก้ปวดก่อนคะ???

ถ้าปวดประจำเดือน “มากจนน็อก / เป็นลม / ใช้ชีวิตไม่ได้” แบบนี้ ไม่ควรมองว่าเป็นเรื่องปกติอย่างเดียวค่ะ ควรประเมินทั้ง “การรักษาอาการปวด” และ “หาสาเหตุร่วม” ไปพร้อมกันค่ะ โดยเฉพาะถ้าอาการเป็นหนักขึ้นเรื่อย ๆ หรือเพิ่งเริ่มเป็นในช่วงหลังค่ะ

สาเหตุมีได้ทั้ง “ปวดประจำเดือนทั่วไป” จากการบีบตัวของมดลูก และ “ภาวะผิดปกติ” เช่น

  • เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (endometriosis)
  • ช็อกโกแลตซีสต์
  • เนื้องอกมดลูก
  • พังผืดในอุ้งเชิงกราน
  • ภาวะ adenomyosis (กล้ามเนื้อมดลูกหนาตัว)
  • บางคนอาจมีประจำเดือนมากจนซีด ทำให้หน้ามืดหรือเป็นลมร่วมค่ะ

สิ่งที่สามารถเริ่มทำได้ก่อนคือยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เช่น ibuprofen หรือ mefenamic acid ซึ่งมักได้ผลดีถ้าเริ่มกิน “ก่อนปวดมาก” หรือเริ่มตั้งแต่วันแรกที่มีประจำเดือนค่ะ แต่ถ้ากินยาแล้วเอาไม่อยู่ ต้องหยุดงาน/เรียน อาเจียน หน้ามืด เป็นลม หรือปวดจนเดินไม่ได้ แบบนี้แนะนำพบสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติมค่ะ การตรวจมักเริ่มจากซักประวัติ ตรวจภายใน (ในบางราย) และอัลตราซาวนด์ดูมดลูกกับรังไข่ค่ะ โดยเฉพาะถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วม ควรรีบตรวจมากขึ้น:

  • ปวดมากขึ้นทุกเดือน
  • ปวดแม้ยังไม่มีประจำเดือน
  • ปวดเวลามีเพศสัมพันธ์หรือขับถ่าย
  • ประจำเดือนมามากผิดปกติ
  • มีลูกยาก
  • มีไข้ หรือปวดเฉียบพลันผิดปกติค่ะ

สรุปคือ ถ้าอาการปวดระดับ “น็อก” แนะนำไม่ควรพึ่งยาแก้ปวดอย่างเดียวระยะยาวค่ะ สามารถเริ่มยาแก้ปวดได้ แต่ควรนัดตรวจหาสาเหตุด้วย เพราะบางโรคถ้ารักษาเร็วจะช่วยลดอาการและป้องกันผลกระทบระยะยาวได้ค่ะ