การแพ้อาหารทะเลและการป้องกันอาการแพ้ผื่น

  • เป็นผื่นแพ้ค่ะ (14วันแล้ว)

  • ก่อนที่จะเป็นผื่นแพ้ ได้รับประทานปลาทูเค็ม และส้มตำปูปราร้าค่ะ หลังจากรับประทานประมาณ 1 ชั่วโมง มีผื่นขึ้นตามแขน ขา และเท้า เป็นตุ่มสีแดงอ่อนๆ เป็นจุดๆค่ะ

  • หลังจากเป็นผื่นแพ้ตอนกลางวัน และได้ไปหาหมอตอนเย็นค่ะ (คุณหมอให้ยามารับประทาน 15วัน **ตามรูปที่แนบไว้) ณ วันนี้ ทานยาเป็นวันที่14แล้ว แต่อาการยังคงเดิมและบรรเทาด้วยยาค่ะ คือเวลาที่รับประทานอาหาร หลังจากนั้นก็จะมีผื่นขึ้น พอทานยาหลังอาหาร ผื่นก็จะค่อยๆหายไป

  • อาการระหว่าง14วัน สังเกตจากการรับประทานอาหารนะคะ

    1. มื้อใดที่รับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของปลา เช่น น้ำปลา ปลาร้า ขออนุญาตรวมถึงน้ำมันหอย ปูอัด(ที่ทำมาจากปลา) หลังจากรับประทานสักครึ่งชั่วโมง ก็จะมีผื่นขึ้นตามแขน ขา เป็นผื่นแดงอ่อนๆ เป็นจุดๆ (ตามรูปที่แนบ)
    2. แต่มื้อที่กินแค่ไข่ หมู หรืออาหารเพียวๆ ที่ไม่ได้มีเครื่องปรุงรสที่มีส่วนประกอบของปลา ไม่มีผื่นค่ะ
  • ประวัติ แพ้กุ้งและอาหารทะเล เวลาทานจะคันตามตัว ถ้ากินยาแก้แพ้อาการก็จะหายไป รับประทานไม่ได้มา7ปีแล้วค่ะ เคยรักษาในปีแรก ทานยาติดต่อกัน2เดือน

  • และจากที่สังเกตุุมาประมานปีกว่า เวลาทานปลาทู, ปลานิล หลังจากทานจะคันตามตัว ลมพิษ เกาตรงไหนจะคันตรงนั้น ถ้ากินยาแก้อพ้อาการก็จะค่อยๆหายไป

  • อาการแพ้ดังกล่าวเกิดจากอะไรคะ สามารถรักษาได้อย่างไร (จะแค่บรรเทาหรือหายขาด)

  • อาการดังกล่าวอันตรายไหมคะ (กลัวแพ้สะสมค่ะ)

  • ขอบคุณค่ะ

##แนบรูปผื่นแพ้ที่เกิดล่าสุด และยาที่รักษาตอนนี้นะคะ

จากข้อมูลที่คุณให้มา สามารถสรุปได้ว่าอาการของคุณน่าจะเกิดจากการแพ้อาหารทะเล เช่น ปลาทูเค็ม ปลาร้า และอาจรวมถึงปลาอื่นๆ โดยมีอาการที่เกิดขึ้นหลังจากทานอาหารเหล่านี้ประมาณ 1 ชั่วโมง เช่น ผื่นแดง คันตามตัว และลมพิษ

เพื่อรักษาและป้องกันอาการแพ้ คุณควรคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้:

  1. หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดอาการแพ้: ไม่ควรรับประทานอาหารที่มีปลา เช่น ปลาร้า น้ำปลา ปลาทู หรือปลานิล เป็นต้น เพราะเท่าที่คุณสังเกต การทานอาหารเหล่านี้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการแพ้.
  2. กินยาตามที่แพทย์สั่ง: เวลาที่มีอาการแพ้เกิดขึ้น คุณสามารถทานยาแก้แพ้ที่แพทย์สั่งมา เช่นเดียวกับที่คุณใช้ตอนนี้ ซึ่งช่วยบรรเทาอาการแพ้ได้.
  3. ปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง: เนื่องจากอาการแพ้เหล่านี้อาจมีความเสี่ยงที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาว หากไม่ได้รับการรักษาหรือหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้แพ้อย่างถูกต้อง การปรึกษาแพทย์เฉพาะทางที่มีความชำนาญ เช่น แพทย์โรคภูมิแพ้ จะช่วยให้คำแนะนำและการรักษาที่เหมาะสม.

อาการแพ้ดังกล่าวถึงแม้จะไม่ถึงขั้นอันตรายทันที แต่มีโอกาสที่แพ้สะสมอยู่ซึ่งอาจสร้างผลกระทบต่อสุขภาพในอนาคต การป้องกันที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ครับ