เคยฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า3เข็ม โดนกัดอีก2ครั้ง ห่างกันทีละเข็ม ถ้าโดนห่างจากเข็มสุดท้าย1เดือนกว่าๆต้องฉีดอีกมั้ยคะ สามารถเปลี่ยนจากPcecเป็นspeedaได้มั้ยคะ
หากคุณเคยฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าแบบครบโดส 3 เข็มแล้ว และต่อมายังได้รับการฉีดวัคซีนเพิ่มเติมเนื่องจากการโดนกัด 2 ครั้งที่ผ่านมานั้น (ซึ่งห่างกันทีละเข็ม) การประเมินว่าคุณต้องฉีดวัคซีนอีกหรือไม่ในกรณีที่มีการโดนกัดใหม่ครั้งนี้ โดยระยะห่างจากเข็มสุดท้ายประมาณ 1 เดือนครึ่งนั้น สามารถพิจารณาได้ดังนี้ค่ะ:
-
สถานการณ์ที่ต้องฉีดวัคซีนซ้ำ:
- หากการกัดเป็นแบบลึกหรือผิวหนังมีเลือด เราจำเป็นต้องฉีดวัคซีนกระตุ้นเพิ่มเติม (boosters) สำหรับกรณีที่วัคซีนก่อนหน้านี้ผ่านไปแล้วเกิน 1 เดือนค่ะ
- หากไม่มีการกัดที่มีความเสี่ยงสูง (เช่น แผลตื้น ไม่มีเลือด หรือมีการสัมผัสน้ำลายหรือผิวหนังโดยไม่มีบาดแผล) อาจไม่ต้องฉีดเพิ่มเติม แต่แนะนำพบแพทย์เพื่อการประเมินความเสี่ยงคะ
-
การเปลี่ยนจากวัคซีน PCEC เป็น SPEEDA:
- SPEEDA (หรือชื่อวัคซีนอื่นที่ได้รับการรับรอง) สามารถใช้แทน PCEC ได้ เนื่องจากทั้งสองแบบเป็นวัคซีนที่มีมาตรฐาน ISO และประสิทธิภาพในการป้องกันพิษสุนัขบ้าคล้ายกันค่ะ
- ในกรณีเปลี่ยนวัคซีนควรแจ้งให้แพทย์ทราบ เพื่อปรับการวางแผนการรักษาค่ะ
-
คำแนะนำเพิ่มเติม:
- ควรนำบัตรประวัติการฉีดวัคซีนไปด้วยตอนพบแพทย์ เพื่อให้ข้อมูลที่ครบถ้วนเกี่ยวกับเข็มที่ฉีดไปก่อนหน้านี้ค่ะ
- ขึ้นอยู่กับลักษณะที่โดนกัด เช่น บริเวณที่กัด จำนวนแผล หรือสถานการณ์ของสัตว์ จึงจำเป็นต้องมีการประเมินแบบละเอียด เพื่อความปลอดภัยค่ะ
หากคุณยังมีข้อสงสัยเพิ่มเติม อย่าลืมปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อคำแนะนำที่ครอบคลุมและเหมาะสมกับสถานการณ์ค่ะ
ถ้าจะเริ่มฉีดใหม่หมดเลยได้หรือไม่ แล้วต้องให้อิมมูโนโกบลินด้วยมั้ย
โดยทั่วไปแล้วการเริ่มฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าใหม่หมดทุกเข็ม (Post-exposure Prophylaxis: PEP) มักไม่จำเป็นหากคุณเคยได้รับวัคซีนครบโดสแล้วและตามมาด้วยการฉีดกระตุ้นภายหลังจากการสัมผัสในระยะก่อนหน้า แต่หากคุณต้องการเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด จริง ๆ สามารถทำได้ในบางกรณี แต่ควรพิจารณาประเด็นต่อไปนี้ร่วมด้วยค่ะ:
-
จำเป็นหรือไม่:
- หากคุณมีประวัติการฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าครบโดสภายในช่วง 3-6 เดือนที่ผ่านมา และได้รับการกระตุ้น (booster dose) มาแล้ว อาจไม่จำเป็นต้องเริ่มวัคซีนใหม่จากเข็มแรก เนื่องจากร่างกายของคุณยังคงมีภูมิคุ้มกันอยู่ค่ะ
- อย่างไรก็ตาม การเริ่มต้นใหม่อาจพิจารณาในกรณีที่มีการสัมผัสซ้ำหลายครั้งในช่วงเวลาหลายปี หรือคุณไม่แน่ใจในประวัติการฉีดวัคซีนก่อนหน้า
-
การให้อิมมูโนโกลบูลิน (RIG):
- อิมมูโนโกลบูลินสำหรับพิษสุนัขบ้า (Rabies Immunoglobulin: RIG) มีความจำเป็นเฉพาะในกรณีที่:
- ผู้ป่วยไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้ามาก่อน
- มีการสัมผัสที่มีความเสี่ยงสูง เช่น บาดแผลลึกมากหรืออยู่ใกล้ระบบประสาทส่วนกลาง (เช่น ใบหน้าหรือศีรษะ)
- หากคุณเคยได้รับวัคซีนครบแล้ว ไม่จำเป็นต้องได้รับ RIG ใหม่ เพราะร่างกายจะมีการตอบสนองภูมิคุ้มกันตามที่ควรจะเป็นค่ะ
- อิมมูโนโกลบูลินสำหรับพิษสุนัขบ้า (Rabies Immunoglobulin: RIG) มีความจำเป็นเฉพาะในกรณีที่:
-
คำแนะนำเพิ่มเติม:
- ก่อนตัดสินใจเริ่มฉีดวัคซีนใหม่ ควรเข้าพบแพทย์เพื่อทำการประเมินสุขภาพ ประวัติการฉีดวัคซีน และลักษณะการโดนกัดหรือสัมผัสเพิ่มเติมค่ะ
- แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจหาระดับภูมิคุ้มกัน (Rabies Antibody Titer) หากมีความกังวลเรื่องประสิทธิภาพของภูมิคุ้มกันจากวัคซีนเดิมที่ได้รับค่ะ
เพราะวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าและ RIG มีราคาและข้อบ่งใช้อย่างชัดเจน การเริ่มต้นใหม่ทุกครั้งอาจไม่จำเป็นจริง ๆ ในหลายกรณี ดังนั้นแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางอีกครั้งเพื่อการรักษาที่เหมาะสมที่สุดค่ะ