อาการอาหารเป็นพิษ มีอาการยังไงและรักษาอย่างไร?
อาการอาหารเป็นพิษเป็นภาวะที่เกิดจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนแบคทีเรีย, ไวรัส, ปรสิต หรือสารพิษอื่นๆ โดยอาการที่พบได้มักจะแตกต่างกันไปตามแต่ชนิดของสิ่งที่ทำให้เกิดพิษ มีรายละเอียดดังนี้ค่ะ:
-
อาการที่พบได้บ่อย:
- คลื่นไส้ อาเจียน
- ปวดท้องหรือเกร็งในช่องท้อง
- ท้องเสีย (อาจมีอุจจาระเป็นน้ำหรือมีมูกเลือด)
- มีไข้หรือหนาวสั่น
- อ่อนเพลีย ไม่มีแรง
-
อาการรุนแรงที่อาจพบ:
- ภาวะขาดน้ำ (ปากแห้ง, ผิวแห้ง, ปัสสาวะน้อย)
- หัวใจเต้นเร็ว
- ความดันโลหิตลดลง
- หากได้รับสารพิษรุนแรง อาจมีอาการระบบประสาท เช่น ชัก หรือหมดสติ
การรักษา
-
การฟื้นฟูอาการเบื้องต้น:
- ดื่มน้ำหรือเกลือแร่เพื่อทดแทนของเหลวที่เสียไป
- หลีกเลี่ยงอาหารที่ระคายเคืองกระเพาะ เช่น อาหารมันหรือรสจัด
- พักผ่อนให้เพียงพอ
-
ยารักษา:
- หากอาการไม่รุนแรง อาจไม่จำเป็นต้องใช้ยา
- สำหรับอาการท้องเสียรุนแรง แพทย์อาจให้ยาปฏิชีวนะ (ในกรณีมีการติดเชื้อแบคทีเรีย) หรือยาต้านอาการคลื่นไส้
- หลีกเลี่ยงยาแก้ท้องเสียโดยทันที เพราะอาจทำให้พิษออกจากร่างกายได้ช้าลง
-
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์:
- ท้องเสียเกิน 3 วัน
- สังเกตปัสสาวะน้อยผิดปกติ หรือมีสีเข้ม
- มีอุณหภูมิร่างกายสูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส
- อาการปวดท้องรุนแรง
การป้องกันอาหารเป็นพิษเป็นสิ่งสำคัญ โดยควรทำอาหารให้สุก ล้างมือและผักผลไม้ให้สะอาด และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีความเสี่ยงปนเปื้อนค่ะ