ฝังยาคุมวันที่ 26 พ.ค 2567 ต่อมาเดือน มิ.ย 2567 มีประจำเดือนมา 3-4 วันมาแบบกระปริบกระปรอยแล้วไม่มาอีกเลย ไม่มาจนถึงเดือน ก.ค 2568 แล้วประจำเดือนมา ส.ค 2568 เป็นๆหายๆมาแบบกระปริบกระปรอยมาได้ 3 วันแล้วหาย วันที่ 5 มาอีกเป็นต่ออีก 2 วันแล้วหาย ผ่านไป 1 อาทิตย์เป็นอีกเป็นอย่างนี้จะเดือนนึงแล้วค่ะ พอมาวันนี้วันที่ 24 ส.ค ก่อนจะมีอะไรกับแฟนก็มีอาการปวดหัวก่อนหน้านั้น 2 วันและรู้สึกเพลียและเมื่อเช้านี้มีอะไรกันกับแฟนเสร็จแล้วมีเลือดออกและเหมือนมีเนื้อเยื่อปนเลือดนิดๆออกมาด้วย ผิดปกติไหมคะ
สวัสดีค่ะ การที่ประจำเดือนของคุณมีความเปลี่ยนแปลงและไม่ปกตินับตั้งแต่ฝังยาคุมสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุค่ะ โดยรวมแล้วการใช้ยาคุมกำเนิดชนิดฝังมักมีผลกระทบต่อการมีประจำเดือน เช่น ทำให้ประจำเดือนน้อยลง มาแบบกระปริบกระปรอย หรืออาจไม่มีประจำเดือนเลย ซึ่งเป็นผลจากระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงในร่างกายค่ะ อย่างไรก็ตาม อาการเลือดออกภายหลังมีเพศสัมพันธ์และการพบ “เนื้อเยื่อ” ปนเลือดอาจบ่งบอกถึงบางสิ่งที่ผิดปกติ และควรพิจารณารายละเอียดอย่างลึกซึ้งค่ะ
สาเหตุที่เป็นไปได้:
-
ผลกระทบจากยาคุมกำเนิด:
ยาคุมกำเนิดแบบฝังอาจทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางลง ส่งผลให้มีเลือดออกแบบกระปริบกระปรอย ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่หากมีเลือดออกมาพร้อมเนื้อเยื่อ ควรพิจารณาว่ามีภาวะอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดออกค่ะ -
การมีเพศสัมพันธ์:
อาการเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์อาจเกิดจากการบาดเจ็บของช่องคลอดหรือปากมดลูก ซึ่งอาจเกิดจากการเสียดสีหรือการสัมผัสที่รุนแรง หรืออาจเกี่ยวข้องกับการอักเสบหรือการติดเชื้อค่ะ -
ภาวะสุขภาพอื่น:
เช่น การติดเชื้อที่ระบบสืบพันธุ์ โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือมีติ่งเนื้อที่ปากมดลูกซึ่งอาจทำให้เกิดเลือดออกและอาการผิดปกติค่ะ
ข้อแนะนำ:
- คุณควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจร่างกายเพิ่มเติม และทำอัลตราซาวด์หรือการตรวจภายในเพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริงค่ะ
- หากพบว่าเลือดออกจำนวนมากหรือปวดท้องอย่างรุนแรง ควรไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุดค่ะ
- ในกรณีที่คุณต้องการตรวจเพื่อยืนยันว่าอาการนั้นเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อหรือไม่ แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจเชื้อหรือเช็คภาวะสุขภาพของระบบสืบพันธุ์ค่ะ
การที่มีเนื้อเยื่อหรือเลือดออกเมื่อมีเพศสัมพันธ์ไม่ควรเพิกเฉยค่ะ แนะนำให้ดูแลสุขภาพและรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียดค่ะ