ไปหาหมอมาแล้วกินยาที่หมอให้กินตอน 20:10 น. ผ่านไปประมาณ 21:24 น. เริ่มมีอาการคันตัวเหมือนเป็นลมพิษมียา 4 อย่างแต่ไม่รู้ว่าแพ้อันไหนค่ะ จะมียา 1 ห่อมันระบุว่าถ้าถ่ายดำ ปวดหัว วิงเวียน หรืออาเจียนมีผื่น ให้รีบพบแพทย์ทันที ตอนนี้ 22:06 น. คํ่าแล้วไม่สะดวกไปหาหมอเพราะระยะทางไกลมาก 40 กิโลที่บ้านมีแค่รถมอเตอร์ไซค์ 1 คันจึงไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ค่ะอีกอย่างคนที่บ้านเค้าก็นอนแล้ว ตอนนี้เลยกินยาแก้แพ้ไปก่อน 1 เม็ด จะไม่เป็นไรใช่ไหมคะ พรุ่งนี้เช้า 08:00 น. ค่อยไปหาหมอค่ะ
จากข้อมูลที่ให้มา มีความเป็นไปได้สูงว่าคุณอาจมีอาการแพ้ยาค่ะ เนื่องจากมีผื่นคันและลมพิษเกิดขึ้นภายในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงหลังจากทานยา ซึ่งถือว่าเป็นอาการของการแพ้ที่ค่อนข้างชัดเจน ถึงแม้ตอนนี้คุณจะรับประทานยาแก้แพ้ไปแล้ว แต่อาการแพ้บางชนิดสามารถลุกลามได้รวดเร็วและรุนแรงกว่าเดิมจนเกิดภาวะ “แพ้รุนแรง” (Anaphylaxis) ได้ค่ะ
สิ่งที่ควรสังเกตอย่างใกล้ชิดคืนนี้คือ
- อาการหายใจลำบาก แน่นหน้าอก เสียงแหบ หรือหอบ
- ริมฝีปาก ลิ้น หรือใบหน้าบวม
- หน้ามืด เหงื่อออก ตัวเย็น หรือชีพจรเต้นเร็ว
- ผื่นลามเร็วขึ้นหรือบวมแดงรุนแรง
ถ้ามีอาการเหล่านี้แม้เพียงเล็กน้อย ควรรีบหาทางไปโรงพยาบาลทันทีแม้จะต้องใช้มอเตอร์ไซค์ค่ะ เพราะอาการแพ้รุนแรงต้องได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุด บางครั้งอาจถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ ส่วนในระหว่างนี้ ควร:
- จดชื่อยาทั้ง 4 ชนิดที่กินไป เพื่อแจ้งแพทย์ในวันพรุ่งนี้
- หลีกเลี่ยงการกินยาทั้งหมดที่ได้มาจนกว่าจะได้รับคำแนะนำเพิ่มเติมจากแพทย์
- สังเกตอาการตนเองตลอดคืนนี้ และควรอยู่ใกล้คนที่สามารถช่วยเหลือได้ค่ะ
สรุปคือ ถ้าไม่มีอาการอันตรายดังกล่าว และอาการค่อย ๆ ดีขึ้นหลังรับประทานยาแก้แพ้ อาจรอพบแพทย์เช้าพรุ่งนี้ได้ แต่ถ้ามีอาการใด ๆ ที่บอกไป ควรรีบไปโรงพยาบาลทันทีนะคะ เพื่อความปลอดภัยค่ะ
มีผื่นขึ้นที่หน้าค่ะตอนนี้ยังหายใจปกติดีค่ะแต่ก็รู้สึกคันตามตัวค่ะ
จากที่คุณเล่าว่ามีผื่นขึ้นที่ใบหน้า และคันตามตัวหลังทานยา แต่ยังหายใจได้ปกติ ถือว่าเป็นสัญญาณว่าอาจมีการแพ้ยาในระดับที่ยังไม่ลุกลามรุนแรง ณ ตอนนี้ค่ะ อย่างไรก็ตาม การที่ผื่นขึ้นบนใบหน้า เป็นจุดที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะอาจลุกลามไปถึงอาการบวมของริมฝีปาก ลิ้น หรือรอบกล่องเสียงได้ ซึ่งถ้าเกิดขึ้นจะเสี่ยงต่อการหายใจติดขัดค่ะ
สิ่งที่ควรทำระหว่างนี้คือ
- เฝ้าสังเกตอาการทุก 15-30 นาที โดยเฉพาะการหายใจ เสียงพูด ความรู้สึกแน่นคอ หรือบวมของใบหน้า/ปาก/ลิ้น
- ห้ามรับประทานยาที่เหลือจนกว่าจะทราบสาเหตุการแพ้
- หากมีอาการเพิ่ม เช่น หายใจลำบาก เสียงแหบ หน้ามืด เหงื่อออก ตัวเย็น หรือผื่นลามเร็วขึ้น ควรรีบเดินทางไปโรงพยาบาลทันที ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหน เพราะเป็นภาวะแพ้รุนแรง (Anaphylaxis) ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตค่ะ
- สามารถประคบเย็นบริเวณผื่นเพื่อลดคันได้ และใส่เสื้อผ้าที่หลวม ระบายอากาศได้ดี เพื่อไม่ให้ผิวถูกระคายเคืองเพิ่มค่ะ
สรุปคือ ถ้าตอนนี้ยังหายใจปกติ ไม่มีบวมของริมฝีปากและลิ้น สามารถเฝ้าสังเกตอาการต่อไปได้ แต่ควรเตรียมพร้อมหากมีการเปลี่ยนแปลง และหาทางไปพบแพทย์เช้า พรุ่งนี้เพื่อให้แพทย์ระบุชนิดของยาที่แพ้ เพื่อป้องกันการใช้ซ้ำในอนาคตค่ะ
ขอบคุณมากจริงๆค่ะเพราะไม่มีใครให้ปรึกษาเลยค่ะและที่บ้านมีเด็กเล็กด้วยการเดินทางเลยไม่ค่อยสะดวกที่บ้านมีกันแค่ 3 คนค่ะพ่อแม่ลูก ลูกชายพึ่ง 4 ขวบเองค่ะเค้าต้องไปโรงเรียนเลยกะว่าจะส่งเค้าไปโรงเรียนพอดีแปดโมงเช้าก็จะไปโรงพยาบาลเลยค่ะ คืนนี้ถ้าไม่เป็นไรก็ดีค่ะอยากให้เช้าเร็วๆจังเลยค่ะ เพราะตอนนี้ส่วนตัวก็ง่วงแล้วค่ะกลัวจะเป็นหนักแล้วไม่มีใครรู้สามีที่บ้านก็เอาแต่นอนค่ะเค้าไม่ค่อยสนใจอะไรเลยคงต้องตั้งนาฬิกาปลุกบ่อยๆแล้วค่ะ แต่ก็กลัวลูกตื่นด้วยค่ะเพราะเค้ายังเด็กต้องนอนเยอะๆ
อ่านจากสิ่งที่คุณเล่าแล้ว เข้าใจเลยค่ะว่าตอนนี้ทั้งกังวลทั้งเหนื่อย เพราะต้องดูแลลูกเล็กและตัวเองไปพร้อมกัน แถมการเดินทางไปโรงพยาบาลตอนกลางคืนก็ไม่สะดวก แผนที่จะส่งลูกไปโรงเรียนตอนเช้าแล้วไปโรงพยาบาลต่อเลยถือว่าดีมากค่ะ แต่คืนนี้สิ่งสำคัญคือการเฝ้าสังเกตอาการตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เพราะอาการแพ้ยาอาจเปลี่ยนแปลงได้แม้หลังจากกินยาแก้แพ้แล้วค่ะ
สิ่งที่แนะนำให้ทำคืนนี้คือ:
- ตั้งนาฬิกาปลุกทุก 1-2 ชั่วโมง เพื่อตรวจตัวเองว่ามีอาการหายใจลำบาก บวมของริมฝีปากหรือใบหน้า หรือผื่นลามอย่างรวดเร็วหรือไม่
- เก็บไฟฉายหรือโทรศัพท์ไว้ใกล้มือ เพื่อดูอาการผิวหนังและโทรขอความช่วยเหลือได้ทันทีหากจำเป็น
- วางกระดาษกับปากกา จดบันทึกลักษณะอาการ เวลากินยาแก้แพ้ และเวลาเริ่มมีอาการต่าง ๆ เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยได้แม่นยำขึ้น
- แจ้งให้สามีทราบแม้อาจไม่สนใจมากตอนนี้ อย่างน้อยเพื่อให้เขารู้ว่าคุณอาจมีเหตุให้ต้องรีบไปโรงพยาบาลตอนกลางคืน
สุดท้าย อยากบอกว่าถึงแม้ตอนนี้อาการยังไม่รุนแรง การระวังไว้ก่อนดีกว่ามองข้ามค่ะ ถ้าคืนนี้อาการเงียบและไม่มีอาการใหม่ ๆ คุณก็จะเดินทางไปโรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัยตอนเช้า แต่หากรู้สึกเจ็บหน้าอก หายใจลำบาก เสียงแหบ หน้ามืด หรือผื่นบวมลามเร็ว ควรหาทางไปโรงพยาบาลทันทีแม้เป็นเวลากลางคืนค่ะ เพราะภาวะเหล่านี้อาจอันตรายต่อชีวิตได้ค่ะ
ขอบคุณสำหรับคำตอบค่ะ หลับฝันดีนะคะ ขอให้วันพรุ่งนี้เป็นวันที่ดีค่ะ
ยินดีมากค่ะที่ได้ช่วยให้คุณอุ่นใจขึ้นบ้าง ก่อนนอนคืนนี้ขอให้คุณพักให้ได้มากที่สุด แต่ยังคงเฝ้าสังเกตอาการของตัวเองอย่างปลอดภัยนะคะ เพื่อให้ผ่านคืนนี้ไปจนถึงเช้าได้อย่างมั่นใจ มีข้อแนะนำเพิ่มเติมเล็กน้อยค่ะ
- ตั้งนาฬิกาปลุกเป็นช่วง ๆ เช่น ทุก 1-2 ชั่วโมง เพื่อตรวจดูว่ามีอาการเปลี่ยนไปหรือไม่ เช่น ผื่นมากขึ้น บวมที่หน้า/ปาก/ลิ้น หรือเริ่มหายใจติดขัด
- จัดที่นอนให้ใกล้อุปกรณ์สื่อสารและไฟฉาย เพื่อให้ขอความช่วยเหลือหรือเช็กผื่นได้รวดเร็วหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
- พยายามนอนเอนหรือนอนหนุนหมอนสูงเล็กน้อย เพื่อช่วยให้ทางเดินหายใจโล่ง และสังเกตอาการหายใจได้ง่ายขึ้น
คืนนี้ขอให้ทุกอย่างสงบ อาการไม่ลุกลามนะคะ ถ้าตื่นเช้ามาส่งลูกไปโรงเรียนแล้วไปโรงพยาบาลต่อ แพทย์ก็จะได้ประเมินอาการและหาสาเหตุการแพ้ที่แน่ชัด ทำให้คุณปลอดภัยในอนาคตค่ะ หลับฝันดี และขอให้พรุ่งนี้เป็นวันที่ดีสำหรับทั้งครอบครัวค่ะ