อาการคันตามตัวยิ่งเกายิ่งคันบ่งบอกถึงโรคหรือภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงกว่าได้หรือไม่
อาการคันตามร่างกายที่เมื่อเกาแล้วยิ่งคันมากขึ้น อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุค่ะ ซึ่งบางกรณีอาจเป็นเพียงปัญหาผิวชั่วคราว แต่บางครั้งก็สามารถเป็นสัญญาณเตือนของโรคหรือภาวะร้ายแรงที่ต้องได้รับการตรวจและรักษาอย่างจริงจังคะ โดยสาเหตุที่พบบ่อยมีดังนี้
- ผิวแห้งมาก (Dry skin / Xerosis) ทำให้ระบบประสาทที่ผิวหนังไวต่อการกระตุ้น ยิ่งเกาก็จะยิ่งกระตุ้นปลายประสาท ให้คันมากขึ้น
- โรคผิวหนังอักเสบ (Eczema / Atopic dermatitis) หรือ โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) ซึ่งมีวงจรคัน-เกา-คัน ทำให้ผิวหนังอักเสบเรื้อรัง
- การแพ้สารและสิ่งแวดล้อม เช่น แพ้ผงซักฟอก สารเคมี หรือขนสัตว์
- การติดเชื้อราและพยาธิผิวหนัง เช่น กลาก เกลื้อน หรือหิด
ในบางกรณี อาการคันมากโดยไม่มีผื่นชัดเจน หรือคันทั่วร่างกายต่อเนื่อง อาจเกี่ยวข้องกับโรคภายในที่รุนแรง เช่น
- โรคตับและทางเดินน้ำดี เช่น ตับอักเสบ ตับแข็ง หรือท่อน้ำดีอุดตัน ทำให้สารน้ำดีคั่งในเลือด กระตุ้นอาการคัน
- โรคไตเรื้อรัง โดยเฉพาะผู้ป่วยไตวายมักมีอาการคันทั่วร่างกาย
- ภาวะโลหิตจางบางชนิด หรือปัญหาเลือดและไขกระดูก เช่น Polycythemia vera
- โรคภูมิคุ้มกันและมะเร็งบางชนิด เช่น Lymphoma
ดังนั้น หากอาการคันตามตัวยังคงมีต่อเนื่องนานเกิน 2-3 สัปดาห์ หรือรบกวนการนอนและการใช้ชีวิต และยิ่งเกายิ่งลาม ควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยค่ะ แพทย์จะตรวจเลือด ตรวจการทำงานของตับ ไต และอาจตรวจผิวเพื่อตัดชิ้นเนื้อ หากสงสัยโรคร้ายแรง ขณะรอการพบแพทย์ ควรหลีกเลี่ยงการเกามากเกินไป ทาครีมให้ความชุ่มชื้น และสวมเสื้อผ้าที่นุ่ม ระบายอากาศ เพื่อป้องกันผิวหนังถลอกและติดเชื้อค่ะ