สาเหตุของอัณฑะอักเสบคืออะไร?
อัณฑะอักเสบ (Orchitis) เกิดจากหลายสาเหตุ ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อหรือภาวะแทรกซ้อนจากโรคอื่นๆค่ะ สาเหตุหลักๆ ได้แก่
- การติดเชื้อแบคทีเรีย – มักเกิดจากการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะหรือท่อปัสสาวะที่ลุกลามมายังอัณฑะ เช่น Escherichia coli หรือแบคทีเรียที่มาจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (เช่น Chlamydia trachomatis, Neisseria gonorrhoeae) ค่ะ
- การติดเชื้อไวรัส – สาเหตุที่พบบ่อยคือเชื้อไวรัสคางทูม (Mumps virus) โดยมักเกิดหลังป่วยคางทูมประมาณ 4-6 วัน ซึ่งสามารถทำให้เกิดอัณฑะบวมและเจ็บได้ค่ะ
- การบาดเจ็บหรือการกระแทกที่อัณฑะ – แม้ไม่ใช่การติดเชื้อ แต่การกระแทกหรือบาดเจ็บสามารถทำให้เกิดการอักเสบและบวมได้ค่ะ
- ภาวะแทรกซ้อนจากโรคอื่น – เช่น ต่อมลูกหมากอักเสบ (Prostatitis) หรือหลอดเก็บอสุจิอักเสบ (Epididymitis) ที่ลามไปถึงอัณฑะค่ะ
โดยทั่วไป อัณฑะอักเสบอาจเกิดเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้ค่ะ อาการมักจะมี ปวด บวม และแดง ร่วมกับไข้สูง บางรายอาจมีอาการหนาวสั่นหรือคลื่นไส้ร่วมด้วย การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุ เช่นใช้ยาปฏิชีวนะในกรณีติดเชื้อแบคทีเรีย หรือการประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมค่ะ
การป้องกันทำได้โดย
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วยคางทูม และรับวัคซีน MMR
- ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วยการใช้ถุงยางอนามัย
- รักษาสุขอนามัยในช่องทางปัสสาวะและทางเดินสืบพันธุ์
- หลีกเลี่ยงการกระแทกหรือบาดเจ็บบริเวณอัณฑะค่ะ