อาการของอัณฑะอักเสบมีอะไรบ้าง?
อัณฑะอักเสบ (Orchitis) เป็นภาวะที่เกิดจากการอักเสบของเนื้อเยื่อในอัณฑะ ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือเกิดร่วมกับการติดเชื้อในส่วนอื่นของระบบสืบพันธุ์ เช่น ต่อมลูกหมากหรือหลอดเก็บเชื้อคะ อาการที่พบได้บ่อยมีดังนี้คะ
อาการที่พบบ่อย:
- อัณฑะบวมโต และมีความรู้สึกตึงหรือหนักคะ
- ปวดบริเวณอัณฑะ ซึ่งอาจเป็นปวดตลอดเวลา หรือปวดมากขึ้นเวลาเดินหรือยืนคะ
- ผิวหนังถุงอัณฑะแดง ร้อน และอาจมีอุณหภูมิสูงขึ้นคะ
- มีไข้สูง หนาวสั่น อ่อนเพลีย หรือปวดเมื่อยตัวคะ
- อาการเจ็บหรือแสบเวลาปัสสาวะ หรือมีหนองออกจากทางปัสสาวะ (หากเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ) คะ
- บางรายอาจมีอาการปวดบริเวณช่องท้องล่างหรือขาหนีบด้วยคะ
อาการที่ควรรีบไปพบแพทย์:
- ปวดอัณฑะอย่างรุนแรงเฉียบพลัน
- อัณฑะบวมมากจนเสียรูป
- มีไข้สูงและอาการแย่ลงแม้พักผ่อน
- มีน้ำหนองหรือเลือดออกทางท่อปัสสาวะ
- ปัญหาการปัสสาวะ เช่น ปัสสาวะไม่ออกหรือออกน้อยคะ
หากสงสัยว่าเป็นอัณฑะอักเสบ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษา เพราะถ้าปล่อยไว้อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น อัณฑะฝ่อ หรือภาวะมีบุตรยากจากความเสียหายของเนื้อเยื่อได้คะ การรักษามักประกอบด้วยยาแก้อักเสบ ยาปฏิชีวนะ (หากเกิดจากแบคทีเรีย) การประคบเย็น และการพักผ่อนเพื่อลดอาการบวมและปวดคะ