อาการของโรคติดเชื้อเอชไอวีมีอะไรบ้าง?
อาการของโรคติดเชื้อเอชไอวี (HIV) สามารถแบ่งออกเป็นหลายระยะ โดยแต่ละระยะมีลักษณะอาการที่แตกต่างกันค่ะ
1. ระยะติดเชื้อเฉียบพลัน (Acute HIV Infection) — เกิดหลังติดเชื้อประมาณ 2-4 สัปดาห์
- ไข้ หนาวสั่น
- เจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองโต
- ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ
- มีผื่นแดงตามตัว
- เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร
ในระยะนี้อาการจะคล้ายไข้หวัดใหญ่ ทำให้หลายคนไม่รู้ว่าตนเองติดเชื้อค่ะ
2. ระยะไม่มีอาการ (Clinical Latency Stage) — อาจนานหลายปี
- ร่างกายไม่มีอาการผิดปกติชัดเจน
- ระบบภูมิคุ้มกันเริ่มเสื่อมลงอย่างช้า ๆ
- หากตรวจเลือดด้วยวิธีมาตรฐานจะพบเชื้อ HIV ได้
3. ระยะเอดส์ (AIDS) — ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องอย่างรุนแรง
- น้ำหนักลดลงมากโดยไม่ทราบสาเหตุ
- อ่อนเพลียเรื้อรัง
- มีไข้เรื้อรัง เหงื่อออกตอนกลางคืน
- การติดเชื้อฉวยโอกาส เช่น วัณโรค ปอดบวม เชื้อราในปากหรือหลอดอาหาร
- มะเร็งบางชนิด เช่น Kaposi’s sarcoma หรือ lymphoma
สรุปคือ HIV มีพัฒนาการของอาการเป็นระยะๆ ตั้งแต่คล้ายไข้หวัดในช่วงแรก ไปจนถึงไม่มีอาการ และในที่สุดเข้าสู่ระยะภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรงค่ะ การตรวจเลือดเป็นวิธีเดียวที่ยืนยันการติดเชื้อได้ การรักษาด้วยยาต้านไวรัส (ART) สามารถช่วยชะลอโรคและป้องกันการเข้าสู่ระยะเอดส์ได้ค่ะ