สาเหตุของอาการเหมือนจะวูบแต่ไม่วูบจริง

รู้สึกเหมือนจะวูบแต่ไม่ถึงกับวูบจริง อาการนี้เกิดจากอะไร

อาการรู้สึกเหมือนจะวูบหรือหน้ามืดแต่ไม่ถึงกับหมดสติ เกิดได้จากหลายสาเหตุค่ะ โดยสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มหลัก ๆ ได้แก่

  • ภาวะความดันโลหิตต่ำหรือความดันตกชั่วคราว เช่น ลุกขึ้นยืนเร็วเกินไป (Orthostatic hypotension) หรือความดันโลหิตลดลงจากการขาดน้ำ
  • ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ เกิดจากการอดอาหารนาน การออกกำลังกายหนัก หรือภาวะไขมัน/น้ำตาลในร่างกายไม่สมดุล
  • ระบบไหลเวียนเลือดผิดปกติหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ ทำให้เลือดไหลเวียนไปสมองไม่เพียงพอ
  • ภาวะเครียด วิตกกังวล หรือ Panic Attack ซึ่งกระตุ้นการหายใจเร็วและลดออกซิเจนในสมอง
  • การขาดน้ำ ดื่มน้ำไม่เพียงพอ หรือเสียเหงื่อมาก ทำให้ปริมาณเลือดลดลง

บางครั้งอาการนี้อาจเกิดจากความเหนื่อยล้าสะสม การทำงานหนัก พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือใช้ยาบางชนิดซึ่งมีผลต่อความดันโลหิตและระบบประสาทค่ะ ในกรณีที่มีร่วมกับอาการอื่น เช่น เจ็บหน้าอก เหงื่อออกมาก หายใจติดขัด หรือวูบบ่อย ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคหัวใจหรือระบบประสาทผิดปกติได้ค่ะ

คำแนะนำเบื้องต้นคือ พยายามนั่งหรือพักทันทีเมื่อเริ่มรู้สึกหน้ามืด ดื่มน้ำให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้ครบมื้อ ตรวจสุขภาพเป็นระยะ และหลีกเลี่ยงการลุกขึ้นอย่างรวดเร็วค่ะ ถ้าอาการเกิดบ่อยหรือรุนแรงขึ้น ควรให้แพทย์ตรวจอย่างละเอียดเพื่อป้องกันภาวะฉุกเฉินในอนาคตค่ะ