อาการปวดท้องเหมือนจะถ่ายแต่ถ่ายไม่ออกและปวดบิดนานๆ อันตรายหรือไม่
อาการปวดท้องแบบเหมือนอยากถ่ายแต่ถ่ายไม่ออก และมีอาการปวดบิดเป็นระยะ อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุค่ะ ซึ่งบางสาเหตุอาจไม่ร้ายแรงมาก แต่บางสาเหตุอาจต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน
สาเหตุที่พบได้บ่อย
- ท้องผูก: ลำไส้เคลื่อนไหวช้าหรือมีอุจจาระแข็ง ทำให้ปวดและรู้สึกอยากถ่ายแต่ถ่ายไม่ออก
- ลำไส้แปรปรวน (IBS): อาจมีทั้งปวดบิด ท้องเสีย หรือท้องผูกสลับกัน
- ภาวะอุจจาระอัดแน่น (Fecal impaction): อุจจาระแข็งมากติดค้างในลำไส้ ทำให้มีอาการอยากถ่ายตลอดแต่ไม่ออก
- การติดเชื้อในลำไส้: บางครั้งเชื้อโรคทำให้เกิดการขยับบีบตัวผิดปกติ
อาการที่ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
- ปวดท้องรุนแรงมากหรือปวดไม่ทุเลาเกิน 6–8 ชั่วโมง
- มีเลือดออกปนอุจจาระ หรืออุจจาระสีดำคล้ำ
- อาเจียนรุนแรงหรืออาเจียนเป็นเลือด
- มีไข้สูง หนาวสั่น
- ท้องอืดมากและไม่มีการผายลม
- น้ำหนักลดลงโดยไม่ตั้งใจ
คำแนะนำเบื้องต้น
- ดื่มน้ำมากขึ้นวันละ 1.5–2 ลิตร
- เพิ่มผัก ผลไม้ และอาหารที่มีกากใยสูง
- หลีกเลี่ยงอาหารมันจัด หวานจัด หรือเผ็ดมาก
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อกระตุ้นการทำงานของลำไส้
- หากปรับพฤติกรรมแล้วอาการไม่ดีขึ้นใน 3–5 วัน หรือมีสัญญาณอันตราย ควรพบแพทย์เพื่อทำการตรวจค่ะ
ถ้าคุณมีอาการปวดบิดแรงขึ้น หรือมีสัญญาณอันตรายดังกล่าว ควรไปโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุอย่างละเอียด เพราะอาจเป็นภาวะลำไส้อุดตันหรือการอักเสบรุนแรงซึ่งต้องรักษาเร่งด่วนค่ะ