เสมหะหรือน้ำมูกสีเขียวบ่งบอกถึงการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไม่และควรไปพบหมอหรือยัง
โดยทั่วไป เสมหะหรือน้ำมูกสีเขียวไม่ได้บ่งชี้ว่าเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียเสมอไปค่ะ สีเขียวเกิดจากเอนไซม์ของเม็ดเลือดขาว (เช่น myeloperoxidase) ที่ปล่อยออกมาเพื่อกำจัดเชื้อโรค เมื่อร่างกายกำลังต่อสู้กับการติดเชื้อหรือการอักเสบ ไม่ว่าจะเป็นจากไวรัสหรือแบคทีเรีย ก็สามารถเกิดสีเขียวได้ค่ะ การติดเชื้อไวรัสเช่นหวัด (common cold) ก็มักทำให้เกิดน้ำมูกสีเหลืองหรือเขียวได้เช่นกัน ดังนั้นเพียงแค่ดูจากสีอย่างเดียวจึงไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นแบคทีเรียค่ะ
สิ่งที่ควรพิจารณาเพื่อประเมินว่าจำเป็นต้องไปพบแพทย์มีดังนี้ค่ะ
- อาการอื่นร่วม เช่น ไข้สูงต่อเนื่อง >38°C, เจ็บหน้าอก, หายใจลำบาก, ปวดไซนัสหรือปวดใบหน้า
- ระยะเวลา น้ำมูกสีเขียวที่เป็นต่อเนื่องเกิน 7-10 วันโดยไม่ดีขึ้น
- ลักษณะการเปลี่ยนแปลงของอาการ อาการไข้หรือน้ำมูกที่แย่ลงหลังจากดีขึ้นช่วงสั้นๆ (เรียกว่า double-worsening)
- ภาวะภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น เป็นโรคเรื้อรัง, เบาหวานควบคุมไม่ดี หรือใช้ยากดภูมิ
โดยสรุป ถ้าคุณมีน้ำมูกสีเขียวแต่ไม่มีไข้สูง ไม่มีอาการหนัก และเริ่มดีขึ้นภายในไม่กี่วัน มักไม่จำเป็นต้องรีบพบแพทย์ค่ะ การดื่มน้ำมากๆ พักผ่อนให้เพียงพอ และล้างจมูกด้วยน้ำเกลือสามารถช่วยให้หายเร็วขึ้นค่ะ แต่ถ้าสีเขียวอยู่เกิน 1 สัปดาห์ร่วมกับอาการหนักหรือมีไข้สูง ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียดและพิจารณาว่าจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะหรือไม่ค่ะ