121579
1
[spoiler]
ประจำเดือนมาไม่ปกติ ปกติเป็นคนที่ประจำเดือนมาค่อนข้างตรงตามในแอพอาจคลาดเคลื่อนได้1-2วัน และรอบเดือนจะอยู่ประมาณ 27-30 วัน แต่ว่าประจำเดือน เดือนมกราคมมาค่อนข้างช้า ในแอพขึ้นว่าน่าจะมาวันที่ 16-17 มกราคม แต่วันนี้วันที่ 20แล้วก็ยังไม่มา รอบเดือนนี้ 34 วันแล้ว ก่อนหน้านี้ตอนช่วงธันวาคมมีเพศสัมพันธ์กับแฟนก่อนประจำเดือนจะมา เช่น มีเพศสัมพันธ์กับแฟนและมีการใส่ถุงยางวันที่ 15-17 ธันวาคม และประจำเดือนมา 18 ธันวาคม มีประจำเดือนปกติ เลยสงสัยว่าจะท้องมั้ย แต่ตอนเช็คถุงยางก็ไม่รั่ว หรือประจำเดือนแค่มาช้ากว่าปกติเฉยๆ
JibAi
2
จากข้อมูลที่ให้มา โอกาสตั้งครรภ์มีค่อนข้างน้อยนะคะ เนื่องจาก
- มีการใช้ถุงยางอนามัยระหว่างมีเพศสัมพันธ์ และได้ตรวจสอบแล้วว่าไม่รั่ว ไม่แตก ซึ่งถุงยางอนามัยมีประสิทธิภาพสูงมากเมื่อใช้อย่างถูกต้อง (ป้องกันได้ราว 98% ในการใช้ถูกวิธี)
- ประจำเดือนรอบเดือนธันวาคมมากันตรงตามเวลาหลังมีเพศสัมพันธ์ แสดงว่าการตกไข่ในรอบนั้นน่าจะเกิดปกติและไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นในรอบนั้นค่ะ
อย่างไรก็ตาม ประจำเดือนที่มาช้าในรอบปัจจุบัน อาจเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น
- ความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือความเคลื่อนไหวของร่างกายมากผิดปกติ เช่น การออกกำลังกายหนัก การเดินทางข้ามโซนเวลา
- น้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลง ลดหรือเพิ่มรวดเร็ว
- ความผิดปกติของฮอร์โมนชั่วคราว เช่น ไทรอยด์ทำงานผิดปกติ หรือภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS)
- สาเหตุอื่น ๆ ทางสุขภาพ เช่น การติดเชื้อบางชนิด หรือการใช้ยาบางชนิดที่มีผลต่อรอบเดือน
คำแนะนำคือ
- รอดูอีก 5–7 วัน หากประจำเดือนยังไม่มา ควรตรวจการตั้งครรภ์ด้วยชุดตรวจปัสสาวะตอนเช้า เพื่อความชัดเจน
- ควรจดบันทึกรอบเดือนอย่างต่อเนื่องเพื่อดูแนวโน้มว่าเริ่มมีรอบไม่ปกติหรือไม่
- หากรอบเดือนผิดปกติติดต่อกันเกิน 3 เดือน หรือมีอาการอื่นร่วม เช่น ปวดท้องมาก เลือดออกกะปริบกะปรอย ควรพบสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติมค่ะ
121579
3
ถ้าพรุ่งนี้ประจำเดือนยังไม่มา รอบเดือนจะเป็น 35 วัน ถือว่ารอบเดือนผิดปกติมั้ย แล้วถ้าไม่มาควรทำยังไง
JibAi
4
โดยทั่วไป รอบเดือนปกติจะอยู่ที่ประมาณ 21–35 วันค่ะ ดังนั้นถ้ารอบเดือนยาวขึ้นเป็น 35 วัน ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติทางการแพทย์ แต่ถ้าปกติคุณมีรอบค่อนข้างสั้นและตรงเวลา (เช่น 27–30 วัน) แล้วครั้งนี้ยาวขึ้นจนถึง 35 วัน อาจบ่งบอกว่ามีการเปลี่ยนแปลงของร่างกายในรอบนี้ เช่น การตกไข่ล่าช้า ซึ่งเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น ความเครียด การพักผ่อนไม่พอ การเดินทาง การเปลี่ยนแปลงของอาหาร น้ำหนัก หรือความไม่สมดุลของฮอร์โมนค่ะ
สิ่งที่แนะนำให้ทำคือ
- หากครบ 35 วันแล้วประจำเดือนยังไม่มา ควรตรวจการตั้งครรภ์ เพื่อความมั่นใจ โดยใช้ชุดตรวจปัสสาวะตอนเช้า ซึ่งจะให้ผลแม่นยำมากที่สุด
- หากผลตรวจออกมา “ไม่ตั้งครรภ์” ให้รอดูอีกไม่เกิน 1–2 สัปดาห์ ว่าประจำเดือนจะมาหรือไม่
- ระหว่างนี้พยายามพักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด และดูแลสุขภาพร่างกายให้สมดุล เพราะฮอร์โมนเพศหญิงไวต่อการเปลี่ยนแปลงของร่างกายมาก
ถ้าหลังจากนี้มีรอบเดือนที่ยาวขึ้นหรือสั้นลงผิดปกติหลายรอบติดกัน (เกิน 3 รอบต่อเนื่อง) หรือมีอาการอื่นร่วม เช่น ปวดท้องมาก ประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ มีเลือดออกกะปริบกะปรอย ควรไปพบสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจร่างกายและตรวจฮอร์โมนอย่างละเอียด เพราะบางสาเหตุ เช่น ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) หรือปัญหาไทรอยด์ อาจต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมค่ะ