ผู้ป่วยโรคหอบหืดที่มีอาการกำเริบเฉพาะเวลากลางคืนสัมพันธ์กับภาวะกรดไหลย้อนลงหลอดลมหรือระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลที่ลดลง
อาการหอบหืดที่กำเริบเฉพาะเวลากลางคืน (nocturnal asthma) อาจเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยค่ะ โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ ภาวะกรดไหลย้อนลงทางหลอดลม (GERD – Gastroesophageal Reflux Disease) และ การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลในร่างกาย
-
ภาวะกรดไหลย้อน (GERD)
- ขณะนอนราบ น้ำย่อยและกรดในกระเพาะสามารถไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดอาหาร และในบางรายอาจเข้าสู่หลอดลม ทำให้เกิดการระคายเคืองเยื่อบุและกระตุ้นให้หลอดลมหดตัว
- การไหลย้อนซ้ำๆ ในเวลากลางคืนสามารถกระตุ้นการอักเสบเรื้อรังของทางเดินหายใจ เพิ่มความไวต่อสิ่งกระตุ้น (airway hyperresponsiveness) และทำให้เกิดอาการไอติดต่อกันหรือหายใจมีเสียงวี๊ดได้ง่าย
- ผู้ป่วยบางรายจะมีอาการแสบร้อนกลางอก ร่วมกับหอบหรือไอในเวลากลางคืน ซึ่งควรพิจารณารักษา GERD ควบคู่ไปกับการดูแลโรคหอบหืดค่ะ
-
ระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลลดลงในเวลากลางคืน
- คอร์ติซอลเป็นฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบโดยธรรมชาติ ระดับคอร์ติซอลจะสูงสุดช่วงเช้าและต่ำสุดในช่วงกลางดึก (ประมาณตี 2-4)
- เมื่อคอร์ติซอลต่ำที่สุด การอักเสบในทางเดินหายใจอาจมากขึ้น ทำให้หลอดลมหดตัวง่ายและเกิดอาการหอบหืดในช่วงเวลานี้
- กลไกนี้ถือเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้โรคหอบหืดมีลักษณะอาการแย่ลงในเวลากลางคืน แม้ไม่มีสิ่งกระตุ้นจากภายนอก
-
การจัดการและป้องกัน
- ปรับพฤติกรรมการนอนและการรับประทานอาหาร เช่น หลีกเลี่ยงอาหารก่อนนอน 2-3 ชั่วโมง และยกหัวเตียงให้สูงเพื่อลดโอกาสกรดไหลย้อน
- ประเมินว่ามี GERD หรือไม่ หากมีควรใช้การรักษาด้วยยา เช่น proton pump inhibitor (PPI) ร่วมกับปรับพฤติกรรม
- สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการกำเริบตอนกลางคืนเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับยาพ่นหรือเพิ่มขนาดยาตามช่วงเวลาที่สอดคล้องกับวงจรร่างกาย (chronotherapy) เพื่อควบคุมการอักเสบค่ะ
ถ้าคุณสนใจ ฉันสามารถทำแผนผังภาพรวมเชื่อมโยงระหว่างกรดไหลย้อน ระดับคอร์ติซอล และกลไกของหอบหืดในเวลากลางคืนให้ดูได้นะคะ คุณต้องการให้ฉันจัดทำเพิ่มไหมคะ?