ทำไมการติดเชื้อไวรัสไข้เลือดออกถึงทำให้เกิดภาวะตับอักเสบรุนแรงและมีเกล็ดเลือดต่ำพร้อมกัน
การติดเชื้อไวรัสไข้เลือดออก (Dengue virus) สามารถทำให้เกิด ภาวะตับอักเสบรุนแรง และ เกล็ดเลือดต่ำ ได้พร้อมกัน เนื่องจากกลไกของโรคมีผลทำลายหลายระบบในร่างกายค่ะ
สาเหตุและกลไกที่เกี่ยวข้อง
- การทำลายเซลล์ตับโดยตรง: ไวรัสเดงกีสามารถเข้าไปติดเชื้อในเซลล์ตับ (hepatocytes) โดยตรง และทำให้เกิดการอักเสบและตายของเซลล์ตับ ส่งผลให้เอนไซม์ตับ (AST/ALT) สูง และในบางรายอาจเกิดตับวายเฉียบพลันได้ค่ะ
- การตอบสนองของภูมิคุ้มกันเกินสมดุล: เมื่อร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัส จะเกิดการหลั่งสารเคมี เช่น cytokines จำนวนมาก (cytokine storm) ซึ่งสารเหล่านี้สามารถทำลายทั้งเนื้อเยื่อตับและหลอดเลือดเล็ก ๆ ส่งผลให้เกิดการรั่วของเกล็ดเลือดและโปรตีนในพลาสมาค่ะ
- เกล็ดเลือดต่ำจากหลายปัจจัย: เกิดได้จาก (1) การสร้างเกล็ดเลือดลดลงเพราะไขกระดูกถูกกดการทำงาน, (2) เกล็ดเลือดถูกทำลายมากขึ้นจากภูมิคุ้มกันของร่างกาย และ (3) การรั่วออกของของเหลวในหลอดเลือดและการจับตัวเป็นลิ่มเลือดแบบกระจาย (DIC) ค่ะ
ผลกระทบที่เกิดพร้อมกัน
- เมื่อเซลล์ตับถูกทำลาย การสร้างโปรตีนที่ช่วยการแข็งตัวของเลือด (coagulation factors) ก็ลดลง ส่งผลให้เลือดออกง่ายร่วมกับการที่เกล็ดเลือดต่ำอยู่แล้ว
- มีการรั่วของพลาสมาทำให้ความเข้มข้นของเลือดและเกล็ดเลือดเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพิ่มโอกาสเลือดออกและอวัยวะขาดเลือด
- ในกรณีรุนแรง ไวรัสเดงกีจึงสามารถทำให้ผู้ป่วยมีทั้ง ตับอักเสบรุนแรง, เกล็ดเลือดต่ำ, และภาวะเลือดออก ซึ่งต้องรับการดูแลใกล้ชิดในโรงพยาบาลค่ะ
ถ้าต้องการ ฉันสามารถจัดเป็น แผนภาพแสดงความสัมพันธ์ระหว่างไวรัสเดงกี-ตับอักเสบ-เกล็ดเลือดต่ำ ให้ดูเพื่อความเข้าใจง่ายขึ้นได้ค่ะ คุณอยากให้ทำเพิ่มเลยไหมคะ?