สาเหตุที่ประจำเดือนมามากหลังการกินยาเลื่อนประจำเดือน

ทำไมกินยาเลื่อนประจำเดือนแล้วเมนส์ครั้งถัดไปมาเยอะมาก

การที่ประจำเดือนมามากกว่าปกติหลังจากการกินยาเลื่อนประจำเดือน มักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศหญิงในร่างกายค่ะ ยาเลื่อนประจำเดือนส่วนใหญ่มีฮอร์โมนโปรเจสติน (Progestin) หรือบางชนิดเป็นเอสโตรเจนร่วมด้วย ซึ่งส่งผลให้ร่างกายเลื่อนการลอกตัวของเยื่อบุมดลูกออกไป พอหยุดยา ฮอร์โมนจะลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เยื่อบุมดลูกที่สะสมหนามากกว่าปกติหลุดลอกในปริมาณมาก จึงเห็นว่ามีเลือดออกเยอะขึ้นค่ะ

ปัจจัยที่ทำให้เลือดออกมากหรืออยู่นานขึ้นอาจมีหลายสาเหตุ เช่น

  • ระยะเวลาที่เลื่อนประจำเดือนนาน ยิ่งเลื่อนนาน เยื่อบุมดลูกจะยิ่งหนามาก
  • ปริมาณฮอร์โมนในยาที่ใช้ ยาบางตัวมีปริมาณฮอร์โมนสูง อาจทำให้เยื่อบุมดูกหนามาก
  • ภาวะสุขภาพร่วม เช่น ภาวะซีสต์ในรังไข่ หรือภาวะฮอร์โมนไม่สมดุลเดิมอยู่แล้ว
  • ปฏิกิริยาของร่างกายแต่ละคน บางคนมีการตอบสนองต่อยาแตกต่างกัน ทำให้เลือดมามาก

โดยทั่วไป อาการนี้มักจะดีขึ้นเองในรอบถัดไป ถ้าเป็นเพียงครั้งเดียวและไม่มีอาการผิดปกติอื่น เช่น เวียนหัว หน้ามืด เหนื่อยง่าย หรือเลือดออกต่อเนื่องเกิน 7 วัน มักไม่อันตรายค่ะ แต่หากมีอาการเหล่านี้ หรือประจำเดือนมามากจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 1-2 ชั่วโมง ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจว่ามีภาวะอื่นร่วม เช่น ภาวะโลหิตจาง หรือปัญหาเกี่ยวกับมดลูกค่ะ

คุณอยากให้ฉันช่วยแนะนำวิธีป้องกันการมามากในครั้งต่อไปหากต้องใช้ยาเลื่อนประจำเดือนอีกไหมคะ?