การผ่าตัดส่องกล้องนิ่วในถุงน้ำดีมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนท่อน้ำดีอุดตันจากการบาดเจ็บระหว่างผ่าตัดมากน้อยเพียงใดในเคสที่มีการอักเสบเรื้อรัง
ในการผ่าตัดส่องกล้องเอาถุงน้ำดีออก (Laparoscopic cholecystectomy) โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภาวะถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรัง ความเสี่ยงของการบาดเจ็บท่อน้ำดี (Bile duct injury) และการเกิดภาวะท่อน้ำดีอุดตันจะสูงขึ้นเมื่อเทียบกับผู้ป่วยถุงน้ำดีปกติค่ะ เนื่องจากภาวะอักเสบเรื้อรังทำให้มีพังผืด (fibrosis) และการยึดติดของเนื้อเยื่อรอบถุงน้ำดี ซึ่งอาจบดบังมุมมองของโครงสร้างท่อน้ำดี ทำให้ระบุตำแหน่งที่ถูกต้องได้ยากและเพิ่มโอกาสผิดพลาดระหว่างผ่าตัดค่ะ
โดยทั่วไป อัตราการเกิดการบาดเจ็บท่อน้ำดีในผ่าตัดส่องกล้องอยู่ที่ประมาณ 0.3–0.6% ของเคสปกติ แต่ในรายที่มีการอักเสบเฉียบพลันรุนแรงหรือเรื้อรังอัตรานี้อาจเพิ่มขึ้นได้ถึงประมาณ 1–2% หรือมากกว่านั้น เนื่องจากสภาพเนื้อเยื่อแข็งและไม่ชัดเจน ในบางรายแพทย์จะใช้เทคนิคช่วยเหลือเพิ่มเติม เช่น intraoperative cholangiography (การฉีดสีท่อน้ำดีในระหว่างผ่าตัด) เพื่อลดโอกาสเข้าใจผิดระหว่างการผ่า และอาจเปลี่ยนวิธีการเป็นผ่าตัดเปิดหน้าท้องถ้าพบความเสี่ยงสูงค่ะ
เพื่อลดความเสี่ยง แพทย์มักเลือกผ่าตัดโดยทีมที่มีประสบการณ์สูงในเคสยาก ใช้เครื่องมือคุณภาพ และปฏิบัติตามหลัก “critical view of safety” อย่างเคร่งครัด หากเกิดการบาดเจ็บต่อท่อน้ำดี ผลกระทบที่พบได้คือ ท่อน้ำดีตีบหรืออุดตันในภายหลัง ซึ่งอาจต้องแก้ไขด้วยการผ่าตัดซ่อมแซมหรือใส่สายระบายท่อน้ำดี ดังนั้นการประเมินก่อนผ่าตัดและการวางแผนอย่างรอบคอบมีความสำคัญมากค่ะ