อาการท้องผูกสลับท้องเสียเรื้อรังเสี่ยงมะเร็งลำไส้ตรงไหม
อาการท้องผูกสลับท้องเสียเรื้อรัง อาจเกิดจากหลายสาเหตุค่ะ ซึ่งบางกรณีอาจมีความเกี่ยวข้องกับมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่มีอาการนี้จะเป็นมะเร็งนะคะ สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่
- กลุ่มอาการลำไส้แปรปรวน (Irritable Bowel Syndrome; IBS) ซึ่งมีการทำงานของลำไส้ผิดปกติ ทำให้มีการขับถ่ายสลับกันระหว่างท้องผูกและท้องเสีย
- ภาวะลำไส้อักเสบเรื้อรัง (Inflammatory Bowel Disease; IBD) เช่น Crohn’s disease หรือ Ulcerative colitis
- การแพ้อาหารหรือการไม่ทนต่ออาหารบางชนิด เช่น แพ้แลคโตส หรือแพ้กลูเตน
- โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง ซึ่งอาจมีอาการร่วม เช่น ถ่ายปนเลือด น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ปวดท้องเรื้อรัง หรือรู้สึกถ่ายไม่สุด
ความเสี่ยงมะเร็งลำไส้จะสูงขึ้นหากมีปัจจัยร่วม เช่น อายุเกิน 50 ปี, ประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้, เคยพบติ่งเนื้อในลำไส้, มีโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง หรือมีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น รับประทานอาหารไขมันสูง ผักผลไม้ต่ำ สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำค่ะ
คำแนะนำคือ หากอาการท้องผูกสลับท้องเสียเป็นนานเกิน 4-6 สัปดาห์ โดยเฉพาะถ้ามีเลือดปน น้ำหนักลด หรือเหนื่อยง่าย ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจ เช่น ตรวจอุจจาระ ตรวจเลือด หรือส่องกล้องลำไส้ใหญ่ เพื่อหาสาเหตุอย่างชัดเจนค่ะ เพราะการตรวจพบเร็วจะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนได้ค่ะ