ทำไมการติดเชื้อไวรัส HIV ถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลืองและมะเร็งปากมดลูกมากกว่าคนปกติ
การติดเชื้อไวรัส HIV ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง เนื่องจากไวรัสจะทำลายเม็ดเลือดขาวชนิด CD4 ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการป้องกันและควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์ผิดปกติค่ะ เมื่อภูมิคุ้มกันลดลง ร่างกายจะไม่สามารถกำจัดเซลล์ที่กลายพันธุ์หรือเชื้อไวรัสบางชนิดที่กระตุ้นการเกิดมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งต่างๆ โดยเฉพาะมะเร็งต่อมน้ำเหลืองและมะเร็งปากมดลูกค่ะ
สาเหตุหลักที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
- ภูมิคุ้มกันบกพร่อง (Immunosuppression): การลดลงของ CD4 ทำให้การเฝ้าระวังและกำจัดเซลล์ผิดปกติลดลงค่ะ
- การติดเชื้อไวรัสร่วม (Co-infection): ผู้ติดเชื้อ HIV มักมีโอกาสติดเชื้อไวรัสอื่นได้ง่าย เช่น ไวรัส Epstein-Barr (EBV) ที่สัมพันธ์กับมะเร็งต่อมน้ำเหลือง และไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ที่สัมพันธ์กับมะเร็งปากมดลูกค่ะ
- การอักเสบเรื้อรังและความเครียดต่อระบบภูมิคุ้มกัน: ภาวะอักเสบเรื้อรังจาก HIV และการกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อเนื่องอาจกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ DNA ในเซลล์ค่ะ
ในภาพรวม ผู้ติดเชื้อ HIV ที่ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่อง (ART) สามารถช่วยให้ระดับภูมิคุ้มกันกลับมาดีขึ้นและลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งได้ แต่ก็ยังต้องตรวจคัดกรองมะเร็งเป็นระยะๆ เช่น ตรวจคัดกรอง HPV และ Pap smear ในผู้หญิง และตรวจหาสัญญาณเตือนของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง เพื่อให้สามารถพบและรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นค่ะ