ทำไมคนที่เป็นไวรัสตับอักเสบซีถึงเสี่ยงมะเร็งตับสูง
ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C virus, HCV) มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับ (Hepatocellular carcinoma; HCC) สูงกว่าคนทั่วไป เนื่องจากไวรัสนี้ทำให้เกิดการอักเสบของตับเรื้อรังและการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ตับอย่างต่อเนื่องค่ะ
สาเหตุสำคัญมีดังนี้
- การอักเสบเรื้อรัง: ไวรัสตับอักเสบซีจะทำให้เนื้อตับเกิดการอักเสบต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี การอักเสบนี้ทำให้เกิดการซ่อมแซมเซลล์อย่างไม่สิ้นสุด เสี่ยงต่อการเกิดการกลายพันธุ์ค่ะ
- การเกิดพังผืดและตับแข็ง: เมื่อการอักเสบดำเนินไปนาน จะทำให้เนื้อตับปกติถูกแทนที่ด้วยพังผืด ซึ่งสุดท้ายอาจพัฒนาไปเป็นตับแข็ง (Cirrhosis) ซึ่งเป็นระยะที่ความเสี่ยงมะเร็งตับสูงมากค่ะ
- ผลโดยตรงต่อ DNA และกลไกภูมิคุ้มกัน: ไวรัส HCV ไม่มี DNA ของตัวเองแต่มี RNA อย่างไรก็ตาม โปรตีนที่ไวรัสสร้างขึ้นสามารถรบกวนการทำงานของยีนควบคุมการแบ่งตัวของเซลล์ และลดประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันในการกำจัดเซลล์ผิดปกติ ทำให้เซลล์ตับผิดปกติสะสมและกลายเป็นมะเร็งได้ง่ายขึ้นค่ะ
ดังนั้นแม้ผู้ติดเชื้อจะไม่มีอาการชัดเจน แต่กระบวนการอักเสบและการสร้างพังผืดจะค่อย ๆ ดำเนินไปอย่างเงียบ ๆ การป้องกันความเสี่ยงจึงควรทำโดยการตรวจคัดกรอง การรักษาเพื่อลดปริมาณไวรัสให้น้อยที่สุด และเฝ้าติดตามสุขภาพตับอย่างสม่ำเสมอ เช่น อัลตราซาวนด์หรือเจาะเลือดตรวจ AFP ทุก 6 เดือนค่ะ