ทำไมผู้ป่วยที่ตัดม้ามออกแล้วถึงมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียที่มีแคปซูลหุ้มอย่างรุนแรงและต้องฉีดวัคซีนอะไรบ้าง
หลังการตัดม้าม ผู้ป่วยจะมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียที่มีแคปซูลหุ้ม (Encapsulated bacteria) เช่น Streptococcus pneumoniae, Haemophilus influenzae type b, และ Neisseria meningitidis ค่ะ
- เหตุผลหลัก: ม้ามเป็นอวัยวะสำคัญในระบบภูมิคุ้มกันที่ช่วยกรองเชื้อโรค โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียที่มีแคปซูลหุ้ม และช่วยสร้างแอนติบอดี (IgM) รวมถึงเก็บเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด macrophages เพื่อจัดการกับเชื้ออย่างรวดเร็วค่ะ
- เมื่อไม่มีม้าม: ร่างกายจะขาดการกรองและกำจัดเชื้อเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้โอกาสเกิดการติดเชื้อในเลือดอย่างรุนแรง (Overwhelming Post-Splenectomy Infection: OPSI) สูงขึ้น ซึ่งสามารถทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตภายในไม่กี่ชั่วโมงถ้าไม่ได้รับการรักษาทันค่ะ
เพื่อป้องกันความเสี่ยง ผู้ป่วยที่ตัดม้ามควรได้รับวัคซีนดังนี้ค่ะ
- วัคซีนป้องกันเชื้อนิวโมคอคคัส (Streptococcus pneumoniae)
- ใช้ Pneumococcal conjugate vaccine (PCV13) และตามด้วย Pneumococcal polysaccharide vaccine (PPSV23) เพื่อครอบคลุมสายพันธุ์ให้มากขึ้นค่ะ
- วัคซีนป้องกันฮีโมฟีลัสอินฟลูเอนซา type b (Hib)
- แม้จะได้รับในวัยเด็กแล้ว แต่บางรายอาจต้องฉีดกระตุ้นค่ะ
- วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อเมนิ งโกคอคคัส (Neisseria meningitidis)
- ครอบคลุมหลายสายพันธุ์ เช่น MenACWY และ MenB ค่ะ
- วัคซีนไข้หวัดใหญ่
- ควรฉีดทุกปีเพื่อลดโอกาสการติดเชื้อไวรัสที่ทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง และเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำค่ะ
นอกจากนี้ แพทย์มักแนะนำให้ผู้ป่วยพกบัตรหรือเอกสารแสดงว่าตนไม่มีม้าม และในบางกรณีอาจได้รับยาปฏิชีวนะป้องกันเชื้อในระยะยาว โดยเฉพาะในเด็กและช่วงปีแรกหลังผ่าตัดค่ะ การป้องกันและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกัน OPSI ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ตลอดชีวิตค่ะ