ภาวะน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอดจากวัณโรคกับมะเร็งปอดมีลักษณะทางเคมีและเซลล์วิทยาต่างกันตรงไหนที่บ่งชี้โรคได้ชัดเจน
สำหรับการแยกความแตกต่างระหว่างน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด (Pleural effusion) จากวัณโรคและจากมะเร็งปอด สามารถอาศัยการตรวจวิเคราะห์ลักษณะทางเคมีและเซลล์วิทยาได้ โดยมีจุดสำคัญดังนี้ค่ะ
1. ลักษณะทางเคมีของน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด
- วัณโรค (Tuberculous pleural effusion)
- มักเป็น exudate (ตามเกณฑ์ Light’s criteria)
- โปรตีนค่อนข้างสูง (>3 g/dL)
- LDH สูง (แต่ไม่สูงมากเท่ามะเร็งบางชนิด)
- น้ำตาล (glucose) ลดต่ำกว่าปกติ เกิดจากการใช้กลูโคสโดยเซลล์อักเสบและเชื้อ
- ค่า pH อาจต่ำ (ประมาณ 7.3 หรือต่ำกว่า)
- ระดับ ADA (Adenosine Deaminase) สูงมาก (>40 U/L) เป็นตัวชี้บ่งสำคัญของวัณโรค
- มะเร็งปอดที่ทำให้เกิดน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด (Malignant pleural effusion)
- เป็น exudate เช่นกัน
- โปรตีนสูง
- LDH มักสูงมาก เนื่องจากเซลล์มะเร็งมีการทำลายเนื้อเยื่อและเพิ่มการปล่อยเอนไซม์
- น้ำตาลในน้ำอาจลดต่ำลง แต่โดยทั่วไปไม่ต่ำมากเท่าวัณโรค
- ADA มักอยู่ในระดับปกติหรือไม่สูงมาก
2. ลักษณะทางเซลล์วิทยา
- วัณโรค
- มักมีเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด Lymphocyte เด่น (>70%)
- การตรวจหาเชื้อ Mycobacterium ในตัวน้ำมักพบได้น้อย ต้องใช้วิธี PCR หรือเพาะเชื้อ
- การเจาะชิ้นเนื้อเยื่อหุ้มปอดพบ Granulomatous inflammation พร้อม caseous necrosis
- มะเร็งปอด
- อาจพบเซลล์มะเร็งโดยตรงจากการตรวจ cytology
- ประเภทเซลล์ขึ้นกับชนิดมะเร็ง เช่น adenocarcinoma, squamous cell carcinoma
- อัตรา lymphocyte อาจไม่สูงมาก มีทั้ง lymphocyte, macrophage และเซลล์มะเร็ง
- ปัจจัยชี้ชัดคือการพบ malignant cells ในการตรวจน้ำหรือชิ้นเนื้อ
สรุปการบ่งชี้ชัดเจน
- ค่า ADA สูงเด่น เป็นตัวชี้สำคัญของภาวะน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอดจากวัณโรค
- การพบ malignant cells ในการตรวจ cytology เป็นตัวบ่งชี้ชัดของมะเร็งปอด
- แม้ลักษณะทางเคมีหลายตัวจะซ้อนกันได้ แต่พฤติกรรมของน้ำตาล, LDH และชนิดเซลล์จะช่วยให้แยกโรคได้แม่นยำขึ้นค่ะ