ความสัมพันธ์ระหว่างนิ่วในถุงน้ำดีเรื้อรังกับความเสี่ยงมะเร็งถุงน้ำดี

ทำไมคนที่เป็นนิ่วในถุงน้ำดีเรื้อรังถึงมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งถุงน้ำดี

การที่คนเป็นนิ่วในถุงน้ำดีเรื้อรังมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งถุงน้ำดี เกิดจากกลไกการอักเสบเรื้อรังและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของเซลล์ภายในถุงน้ำดีค่ะ กลไกหลัก ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

  • การอักเสบเรื้อรัง (Chronic inflammation): นิ่วในถุงน้ำดีทำให้ผนังถุงน้ำดีถูกระคายเคืองอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้เกิดการอักเสบซ้ำ ๆ ส่งผลให้เซลล์ถูกทำลายแล้วซ่อมแซมซ้ำบ่อยครั้ง ทำให้เกิดโอกาสผิดพลาดในการซ่อมแซมสารพันธุกรรม (DNA) และกลายเป็นเซลล์ผิดปกติได้ค่ะ
  • แรงกดและการเสียดสีต่อเนื่อง (Mechanical irritation): นิ่วที่อยู่ภายในถุงน้ำดีอาจกดทับและเสียดสีกับผนังถุงน้ำดีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผนังเกิดการหนาตัว (porcelain gallbladder) ซึ่งสภาพนี้มีความสัมพันธ์กับมะเร็งถุงน้ำดีค่อนข้างสูงค่ะ
  • การเปลี่ยนแปลงของเยื่อบุ (Metaplasia และ Dysplasia): จากการอักเสบเรื้อรัง เซลล์เยื่อบุถุงน้ำดีอาจเปลี่ยนชนิด (metaplasia) และพัฒนาต่อไปเป็นภาวะผิดปกติรุนแรง (dysplasia) ซึ่งเป็นขั้นตอนก่อนจะเกิดมะเร็งค่ะ

โดยทั่วไปแล้ว ความเสี่ยงมะเร็งถุงน้ำดีจะสูงขึ้นในผู้ที่มีนิ่วในถุงน้ำดีมาเป็นเวลานานมาก ๆ (หลายปี) โดยเฉพาะเมื่อมีขนาดนิ่วใหญ่กว่า 3 ซม. หรือมีผนังถุงน้ำดีแคลเซียมจับ (porcelain gallbladder) นอกจากนี้ ปัจจัยร่วมอื่น ๆ เช่น เพศหญิง อายุเกิน 60 ปี หรือประวัติครอบครัว ก็จะเพิ่มโอกาสเป็นมะเร็งค่ะ

ดังนั้น คนที่มีนิ่วในถุงน้ำดีเรื้อรัง ควรติดตามอาการกับแพทย์อย่างสม่ำเสมอ และหากมีข้อบ่งชี้ เช่น ปวดถุงน้ำดีบ่อยครั้ง ผนังถุงน้ำดีหนามาก หรือนิ่วมีขนาดใหญ่ อาจพิจารณาผ่าตัดเอาถุงน้ำดีออกเพื่อลดความเสี่ยงมะเร็งในอนาคตค่ะ